Chu_test_opinion_03

efinAI
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มิ.ย. 69 14:15 น.
|
ภาคเอกชน ระบุยุค AI และ Data Center ถูกยกให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ชี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่โอกาสทองในการเป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุนจากผู้ให้บริการระดับโลก ย้ำการจะคว้าโอกาสไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ต้องแลกมาด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรไฟฟ้า-น้ำ-คน อย่างยั่งยืน นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์(GULF) เปิดเผยในหัวข้อ “ความยั่งยืน License to Operate ในยุค AI และ Data Center” ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เปรียบเทียบเป็นเหมือนถนนของโลกยุคใหม่ หากไม่มีถนน เศรษฐกิจปลายทางก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ดาต้าเซ็นเตอร์จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยให้เกิดการต่อยอดธุรกิจด้าน Data Science และ AI นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงเรื่อง อธิปไตยทางข้อมูล(Data Sovereignty) โดยยกตัวอย่างประเทศอย่างสิงคโปร์ เกาหลี และ จีน ที่มีกฎหมายบังคับให้ข้อมูลสำคัญต้องจัดเก็บ และ ประมวลผลภายในประเทศ เพื่อความมั่นคง และ การต่อยอดทางเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยควรพิจารณาส่งเสริมในจุดนี้เพื่อให้ข้อมูลของไทยถูกจัดเก็บ และ สร้างมูลค่าเพิ่มในบ้านตัวเอง ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า โจทย์ของไทยเปลี่ยนจากแค่การมีไฟฟ้าให้พอไปสู่การมีไฟฟ้าที่มีคุณภาพ และ ต้องเป็นไฟฟ้าสีเขียว โดยกฟผ. ได้เตรียมความพร้อมผ่านแผน Grid Modernization เพื่อยกระดับโครงข่ายระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความทันสมัย โดยมุ่งเน้นการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และ แก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน ด้วยการนำ AI มาใช้ไปสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบต่างๆ เช่น แบตเตอรี่สีเขียว จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ และ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Battery Energy Storage System (BESS) เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน ควบคู่ไปกับการเปิดตัวอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff หรือ UGT) เพื่อดึงดูดกลุ่มนักลงทุน และ องค์กรที่ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) นายนพเดช กรรณสูต นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และ โซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คือ มนุษย์ การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์หมื่นล้านจะไร้ความหมาย หากไม่สามารถยกระดับทักษะคนไทยได้ บีกริม (B.Grimm) และ พันธมิตรจึงมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษาผ่านระบบทวิภาคี (Dual Vocational Program) และ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ คือ โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในจังหวัดชลบุรีขนาด 94 เมกะวัตต์ ที่ใช้คนไทยในการพัฒนามากกว่า 90% และ ใช้ Supply Chain ในประเทศ 100% สิ่งนี้พิสูจน์ว่า ไทยสามารถสร้าง Data Scientist , Data Engineer และ AI Operator ที่มีมาตรฐานระดับโลกได้ นายบดินทร์ อุดล กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ East Water เปิดเผยว่า น้ำ ทรัพยากรที่ขาดไม่ได้ในระบบหล่อเย็น โดยหลายคนอาจมองข้ามไปว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้น้ำมหาศาลในการระบายความร้อนให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่ง East Water ได้สร้างระบบ Water Grid ที่เป็นโครงข่ายท่อส่งน้ำความยาวกว่า 553 กิโลเมตรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญ และ สร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงน้ำแล้งและน้ำท่วม โดยยืนยันว่าการจัดสรรน้ำจะยังคงให้ความสำคัญกับภาคชุมชน และ เกษตรกรรมเป็นอันดับแรก ตามหลักการของกรมชลประทานก่อนจะส่งต่อไปยังภาคอุตสาหกรรม ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |






