| พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ พ.ค.69 แตะ 2.79% ต่ำกว่าตลาดคาด 5 เดือนแรกโต 0.82% ชี้ราคาน้ำมัน-ผักสดเริ่มชะลอตัวตามสภาพอากาศ แต่ยังจับตาปัจจัยเสี่ยงตะวันออกกลางดันต้นทุนเดินทางเดือน มิ.ย. พุ่งต่อ ทั้งปี คง 1.5-2.5% นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า เงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. สูงขึ้น 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 3.1-3.9% และเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาเงินเฟ้อสูงขึ้น 0.17% ทั้งนี้ 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.82% “อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. ที่อยู่ที่ 2.79% ที่ต่ำลงสำคัญ จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ผักสด ที่ชะลอลงตามสภาพอากาศที่ดีขึ้น และเนื้อสัตว์ชะลอลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ด้านค่าโดยสารสาธารณะลดลง จากการชะลอลงจากค่าโดยสารเครื่องบินลดลงตามราคาน้ำมัน”นายนันทพงษ์ กล่าว สำหรับปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน พ.ค.อยู่ที่ 0.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้น 0.27% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่เฉลี่ย 5 เดือนแรกเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.70% แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกดังนี้ 1.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ตามกลไกตลาดที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาสันติภาพที่ยังคงยืดเยื้อ 2.ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ทั้งนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูปเมื่อปรับราคาสูงขึ้นแล้วมักจะปรับลดลงได้ยาก จึงส่งผลให้ค่าครองชีพของราคาสินค้าในกลุ่มนี้สูงขึ้นอย่างถาวร 3.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทางจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูง 4.ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีก่อน จากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน ด้านปัจจัยลบ ประกอบด้วย 1.ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย 2.ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับราคาลดลง จากอุปทานในตลาดที่มีเพียงพอ แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3% โดยไตรมาส 2 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.89% ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความไม่สงบและความขัดแย้งในตะวันออกกลางด้วย ขณะที่ในเดือน ก.ค.คาดเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.24% เดือน ส.ค.อยู่ที่ 3.33% เดือน ก.ย. คาดอยู่ที่ 3.53% เดือน ต.ค. คาดอยู่ที่ 3.78% เดือน พ.ย. คาดอยู่ที่ 3.59% และเดือน ธ.ค.คาดอยู่ที่ 3.35% “เงินเฟ้อที่จะสูงขึ้น จะมาจากสินค้าและบริการที่จะมีน้ำหนักสูง เช่น ค่าน้ำมัน และที่ส่งผ่านอีกตัวคือ ค่าขนส่งต่างๆ อาหารสำเร็จรูปและอาหารสด ส่วนภาวะอากาศจะส่งผลอย่างยิ่งต่อสินค้าบางตัว เรายังคงคาดการณ์ว่าอยู่ประมาณนี้ แม้ว่าจะแตกต่างจากที่อื่นได้บ้าง”นายนันทพงษ์ กล่าว คาดเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ยังอยู่ที่ 1.5-2.5% โดยมีค่ากลางที่ 2% ภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ ที่ 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบทั้งปีคาด 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีที่ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ด้านมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ยอมรับว่า ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ เพราะไม่ทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ราคาหลายรายการปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว การปรับอีกครั้งอาจกระทบยอดขาย และรายได้เพิ่มเดือนละ 1,000 บาทถูกหักล้างบางส่วนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |