นักลงทุนในหลายสินทรัพย์ควรติดตามนโยบาย เงินอุดหนุนของจีน อย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลจาก Wind Information และเอกสารบริษัทที่ตรวจสอบโดย Nikkei Asia ระบุว่าในปี 2025 กลุ่มบริษัทจีนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐมากที่สุดยังคงนำโดย Great Wall Motor และ BYD ขณะที่ SAIC Motor อยู่ในอันดับ 10 และ Hengli Petrochemical ก็ยังอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์รายใหญ่ แม้โรงกลั่นในเครือจะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อปลายเดือนก่อน
เงินอุดหนุนรวมลดลง แต่รัฐจีนยังคงหนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
แม้งบสนับสนุนรวมของจีนในปี 2025 จะอยู่ที่ 189.1 พันล้านหยวน ลดลง 8.6% จากปีก่อน และต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2022 แต่รัฐบาลยังใช้เงินอุดหนุนเป็นเครื่องมือพยุงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลท้องถิ่นเผชิญแรงกดดันด้านการคลังจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และรายได้จากการขายสิทธิที่ดินที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การสนับสนุนโดยรวมจะลดลง แต่จีนยังให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต เทคโนโลยี และพลังงาน ซึ่งเป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ
Great Wall Motor รับอุดหนุนพุ่ง ขณะที่กำไรถูกกดดันจากการแข่งขันราคา
Great Wall Motor ได้รับเงินอุดหนุน 3.7 พันล้านหยวน ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน และคิดเป็นเกือบ 40% ของกำไรสุทธิทั้งปีที่ 9.86 พันล้านหยวน แม้กำไรสุทธิจะลดลง 22% จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดภายในประเทศ
ในด้านยอดขาย บริษัทมียอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 11.6% สู่ 506,787 คัน และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 4.7% สู่ 817,024 คัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ากำไรของบริษัทเริ่มพึ่งพาตลาดนอกจีนมากขึ้น ขณะเดียวกันเงินอุดหนุนของรัฐยังช่วยหนุนฐานะทางการเงินในช่วงที่อุตสาหกรรมรถยนต์จีนแข่งขันกันรุนแรง
อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยียังเป็นเป้าหมายหลัก
ในภาพรวม การอุดหนุนยังถูกมองว่าช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการตั้งราคาในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังขยายตัวในต่างประเทศ ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานทางการค้ากับประเทศคู่ค้า ที่มองว่าจีนใช้รัฐหนุนการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม
นอกจากค่ายรถยนต์แล้ว บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง China Mobile, China Telecom, TCL Technology Group และ Semiconductor Manufacturing International Corp. (SMIC) ยังติดอันดับผู้รับเงินอุดหนุนสูงต่อเนื่อง สะท้อนการจัดสรรทรัพยากรของจีนไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความสามารถแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์และการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี
นัยต่อนักลงทุนไทย: หุ้นยานยนต์ ชิ้นส่วน และปิโตรเคมีอาจผันผวนมากขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้มีนัยต่อหุ้น ยานยนต์, ชิ้นส่วนยานยนต์, ปิโตรเคมี และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานจีน โดยการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นอาจกดดันมาร์จิ้นของผู้ผลิตในภูมิภาค ขณะที่การขยายตัวของผู้ผลิตจีนในต่างประเทศอาจหนุนดีมานด์ชิ้นส่วนบางประเภท
อย่างไรก็ดี หากแรงกดดันด้านราคาและนโยบายการค้ารุนแรงขึ้น ความผันผวนของกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งทิศทางเงินอุดหนุนของจีน การตอบโต้ทางการค้า และผลประกอบการของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานอย่างใกล้ชิด