ปลัดคลัง ยันเกณฑ์รื้อบัตรสวัสดิการใหม่ หวังสกัดคนจนไม่จริง คาดเปิดยื่นอุทธรณ์ 18-31 ก.ค.นี้

รูป ปลัดคลัง ยันเกณฑ์รื้อบัตรสวัสดิการใหม่ หวังสกัดคนจนไม่จริง คาดเปิดยื่นอุทธรณ์ 18-31 ก.ค.นี้

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มิ.ย. 69 16:53 น.

คลัง กางเกณฑ์เข้ม คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ย้ำเป้าหมาย ช่วยคนจนจริง หากไม่ดูแลพ่อแม่ก็ไม่ควรใช้เกณฑ์นี้ลดหย่อนฯ ย้ำชัดไม่ได้ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมประกาศผลการคัดกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 17 ก.ค.นี้ โดยยืนยันใช้เกณฑ์การพิจารณาเดิมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อคัดกรองผู้ที่ไม่ใช่คนจนจริงออกจากระบบ พร้อมเปิดทางอุทธรณ์และยืนยันจะชี้แจงรายเกณฑ์ว่าคนหลุดสิทธิเพราะสาเหตุใด เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม

“คนที่เห็นด้วยก็มีคนไม่เห็นด้วยก็มาก การเปลี่ยนมันมีแรงเสียดทานอยู่แล้ว คนเคยได้”นายลวรณ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่ยืนยัน 3 เรื่องคือ

1.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ถูกออกแบบมาให้กับคนที่จนที่สุดจริงๆ ยังมีคนจนอื่นอีก แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มนี้ คือ เขาจนกว่า คนกลุ่มที่ไม่จนเท่ากับคนกลุ่มนี้อาจจะได้สิทธิประโยชน์จากรัฐบาลที่เป็นแพคอื่น แต่ไม่ใช่บัตรสวัสดิการ

2.คนที่อาจจะจน แต่ไม่จนเท่ากลุ่มที่ได้บัตรต้องรอแพคเกจอื่นจากรัฐบาล แต่ไม่ใช่บัตรสวัสดิการ แต่ต้องรอ ซึ่งจะแตกต่างกันไป

3.คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนและไม่ได้กลับไปดูแลบิดามารดาจริงๆ ก็ไม่สมควรได้รับการลดหย่อน เราต้องการให้กลับไปดูแลบิดามารดาจริงๆ เพื่อแบ่งเบาภาระรัฐบาล

“การออกแบบสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคน ที่จนที่สุดจริงๆ เท่านั้น โดยที่ผ่านมาตะแกรงคัดกรองอาจจะมีรูใหญ่เกินไป ทำให้คนที่ไม่จนจริงยังได้รับสิทธิอยู่ แต่รอบนี้จะปรับให้เป็นตะแกรงที่ถี่ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีแรงเสียดทานจากคนที่เคยได้สิทธิแต่ต้องถูกคัดออก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าจำเป็นต้องทำเพื่อให้งบประมาณลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง”นายลวรณ กล่าว

หนึ่งในเกณฑ์ที่เป็นประเด็นถกเถียงคือ การใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีจากการดูแลบิดามารดา ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง แต่จะนำข้อมูลมาตรวจสอบความซ้ำซ้อน หากลูกใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่พ่อแม่กลับมายื่นขอรับสิทธิบัตรคนจนโดยระบุว่าไม่มีคนดูแล รัฐบาลจะตรวจสอบข้อมูลให้ชนกัน

"ถ้าเกิดพ่อแม่รักษาสิทธิ์ ลูกก็ไม่ควรได้ (สิทธิลดหย่อนภาษี) เพราะมันจะไปเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ มันต้องมีคนใดคนหนึ่งพูดไม่จริง และเราจะยืนข้างพ่อแม่ เพราะเป็นเจ้าของสิทธิ์ หากไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริงก็ไม่ควรใช้เกณฑ์นี้ในการลดหย่อนภาษี ไม่ใช่เห็นว่ามีเกณฑ์แล้วใช้ได้ก็ใช้ แต่ไม่ได้กลับไปดูแลจริงๆ”นายลวรณ กล่าว

จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าเกณฑ์ที่จะทำให้คนหลุดจากระบบมากที่สุดคือ เกณฑ์หนี้สิน ที่ตรวจสอบผ่านเครดิตบูโร (NCB) หากมีวงเงินกู้เกิน 100,000 บาท จะถูกคัดออกเนื่องจากสะท้อนว่าบุคคลนั้นมีศักยภาพในการเข้าถึงสินเชื่อและมีความสามารถในการผ่อนชำระ

ส่วนเกณฑ์ นักศึกษา รัฐบาลมองว่ากลุ่มที่ยังเรียนอยู่ไม่ควรได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการ ควรเรียนให้จบและเริ่มทำงานก่อน หากรายได้ไม่พอก็ค่อยมาว่ากันตามเกณฑ์ โดยปัจจุบันคลังมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยและ กยส. ทำให้เห็นภาพข้อมูลที่ชัดเจนกว่าในอดีต

ไทม์ไลน์และการเยียวยา

17 กรกฎาคม ประกาศผลการคัดกรองอย่างเป็นทางการ

18 - 31 กรกฎาคม เปิดให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ยื่นอุทธรณ์

10 กันยายน คาดว่าจะประกาศผลการอุทธรณ์

สำหรับผู้ที่หลุดสิทธิและอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการรองรับในช่วงรอยต่อ 2 เดือน (สิงหาคม-กันยายน) ที่จะยังไม่ได้รับเงิน โดยต้องดูจำนวนผู้ที่หลุดสิทธิที่ชัดเจนก่อน

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งเก็บตกกลุ่มคนจนที่แท้จริงแต่ยังตกหล่น ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 1 ล้านคนบวก-ลบ เข้าสู่ระบบ

สำหรับปัจจุบัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้งบรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,700 ล้านบาทต่อเดือน

 อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย