| โบรกฯ ได้ปรับลดมุมมองต่อ SET Index ลงสู่ระดับเท่าตลาด จากเดิม เชิงบวก พร้อมกำหนดเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 69 ไว้ที่ 1,550 จุด อิง P/E ระยะยาวที่ 16 เท่า ชี้มูลค่าตลาดปัจจุบันไม่น่าดึงดูด แนะนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นที่ปรับขึ้นแรง แล้วสลับเข้ากลุ่ม Post-War Plays ที่จะได้รับประโยชน์หลังสงครามสิ้นสุด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งอาจกดดันการเติบโตของ EPS ของตลาด SET โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2570 ทั้งนี้ MIBG คาดการณ์ว่า GDP ปี 2569 จะเติบโตเพียง 2.1% โดยมีมาตรการกระตุ้นทางการคลังเป็นปัจจัยหลัก (+0.4%) ที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากสงครามอิหร่าน (-0.6%) ในขณะที่ตัวเลขการส่งออกและการลงทุนที่แข็งแกร่งยังไม่สามารถส่งผ่านไปสู่การฟื้นตัวในวงกว้างได้ นอกจากนี้ MIBG คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโต 2.7% ในปี 2570 แต่อาจเห็นดาวน์ไซด์ หากการเติบโตของการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI เริ่มชะลอตัวลง ประกอบกับ ฐานะทางการคลังที่อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งได้ปรับลดมุมมองต่อดัชนี SET Index ลงสู่ระดับ “เท่าตลาด” จากเดิม “เชิงบวก” โดยกำหนดเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 1,550 จุด อิงจาก P/E ระยะยาวที่ 16 เท่า ซึ่งมองว่าระดับมูลค่าของ SET Index ในปัจจุบันไม่น่าสนใจเหมือนในอดีตอีกต่อไป แม้ว่าดัชนี SET Index ปรับตัวได้ดีในปีนี้ แต่ ณ ระดับปัจจุบันมองว่าตลาดไม่มี Valuation ที่น่าสนใจแล้ว โดยดัชนีซื้อขายกันที่ P/E 16.3 เท่า ขณะที่ให้ Earnings Yield Gap (EYG) เพียง 3.9% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 4.4% มองว่าระดับนี้ไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ลดลงอย่างมาก (คาดการณ์การเติบโตของ EPS ปี 2570 อยู่ที่ 6% เทียบกับ 11% ในปี 2569) และ เมื่อมองในบริบทของ GDP ที่โตเพียงราว 2% เทียบกับช่วงก่อนโควิดที่โตกว่า 4% ยิ่งไปกว่านั้น การเติบโตของกำไรส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่มีความผันผวนสูง ซึ่งได้ประโยชน์จากสงครามอิหร่าน หากสงครามสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว (ซึ่งเป็นสมมติฐานกรณีฐานของเรา) คาดว่า ทิศทางการปรับประมาณการณ์กำไรอาจพลิกกลับหัวทิ่มลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และ ปี 2570 สำหรับหุ้นหลายตัวที่เคยแนะนำก่อนหน้านี้ (เช่น นิคมอุตสาหกรรม , รับเหมาก่อสร้าง , ไอทีและโทรคมนาคม) ต่างปรับตัวขึ้นมาได้ดีแล้ว ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนสลับเงินเข้าไปยังกลุ่มที่ราคาปรับตัวลดลงมาแรงนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ซึ่งหุ้นกลุ่ม Post-War Plays เหล่านี้อยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยว โรงพยาบาล สินเชื่อรายย่อย (Consumer Finance) และ สาธารณูปโภค เชื่อว่าราคาหุ้นของกลุ่มเหล่านี้ถูกเทขายมากเกินไป โดยลดลงไปมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับการปรับลดประมาณการ EPS ที่ลงไปเพียงเลขหลักเดียว หุ้นเด่นที่แนะนำ คือ AOT, BA, ERW, BH, CHG, TIDLOR และ GPSC ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |