ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 เมษายน 2569 เข้าร่วมโครงการปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มต้นอัตรากำไร 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจรายย่อย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ธนาคารพร้อมขานรับนโยบายภาครัฐในการดำเนิน “โครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำ (Soft Loan) พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทั้งด้านความผันผวนของราคาพลังงานและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับศักยภาพเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ โดยมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง และปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ” สำหรับไอแบงก์ โครงการสินเชื่อพลิกฟื้นธุรกิจไทยประกอบด้วย 4 โครงการย่อย โดยมุ่งให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล รวมทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีคนไทยถือหุ้นสัดส่วนมากกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน อัตรากำไรในช่วง 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้ 1. เพื่อเสริมสภาพคล่อง สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเสริมสภาพคล่อง หรือรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินเดิมและสถาบันการเงินอื่น ให้วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 2 ปี 2. เพื่อสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และรายใหญ่ ที่ต้องการขยายธุรกิจที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ประเทศ เช่น ธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูป ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมไปถึงธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ให้วงเงินสูง 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และให้วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 5 ปี 3. เพื่อปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และรายใหญ่ ที่ต้องการขยายธุรกิจ หรือลงทุนเพื่อปรับตัวและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทั้งในด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต ให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และให้วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 5 ปี 4. เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และรายใหญ่ ที่ต้องการขยายธุรกิจภาคการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจให้บริการที่พักอาศัย ธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น หรือเสริมสภาพคล่องในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ให้วงเงินสูงสุด 100 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และให้วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 5 ปี นอกจากนี้ สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถขอสินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) และเพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อความยั่งยืนทางพลังงาน โดยรายละเอียดและคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารจะแจ้งให้ทราบต่อไป ไอแบงก์มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรทางการเงินที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นางนุจรี กล่าวทิ้งท้าย ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ไอแบงก์ ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง ibank Contact Center 1302 หรือ แชตทาง Messenger : Islamic Bank of Thailand - ibank (@ibank.th) และ Line : iBank 4 all (@ibank) |