เกาหลีใต้-อินโดนีเซียคุมดีลเลอร์อนุพันธ์ สกัดค่าเงินอ่อนค่า

รูป เกาหลีใต้-อินโดนีเซียคุมดีลเลอร์อนุพันธ์ สกัดค่าเงินอ่อนค่า

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มิ.ย. 69 19:41 น.

ตลาดค่าเงินเอเชียเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากราคาน้ำมันที่ผันผวนตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ธนาคารกลางในภูมิภาคต้องใช้มาตรการหลากหลายมากขึ้น ทั้งการปรับดอกเบี้ย การแทรกแซงตลาด และการคุมธุรกรรมอนุพันธ์ เพื่อชะลอการอ่อนค่าของสกุลเงินโดยไม่ต้องใช้อินทราแวนสำรองเงินตราต่างประเทศมากเกินไป

เงินวอนเกาหลีใต้ฟื้นตัว แต่แรงกดดันจาก NDF ยังสูง

เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงในระดับสูง กำลังเผชิญแรงกดดันต่อค่าเงินจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นกระทบดุลการค้าและเร่งเงินเฟ้อโดยตรง วอนเกาหลีใต้ฟื้นตัวขึ้นมาใกล้ระดับ 1,500 วอนต่อดอลลาร์ ในวันจันทร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ก่อนหน้านี้วอนเคยอ่อนลงแตะ 1,560 วอนต่อดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือน ซึ่งเป็นระดับอ่อนสุดนับตั้งแต่ปี 2009

สำหรับเกาหลีใต้ ธนาคารกลางหันมาให้ความสำคัญกับธุรกรรมอนุพันธ์ โดยเฉพาะ non-deliverable forwards (NDF) มากขึ้น เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวสามารถเพิ่มความผันผวนให้กับวอนในตลาดนอกประเทศ และส่งผลกลับเข้ามากดดันตลาดในประเทศได้ ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ ชิน ฮยอน-ซอง ระบุว่า NDF กำลังมีอิทธิพลต่อวอนมากเกินไป สะท้อนว่าทางการต้องการควบคุมความเสี่ยงจากการเก็งกำไรในตลาดอนุพันธ์อย่างจริงจัง

อินโดนีเซียเร่งใช้ดอกเบี้ยและขายดอลลาร์พยุงรูเปียห์

ด้านอินโดนีเซีย รูเปียห์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง แม้ว่าธนาคารกลางจะทยอยขายดอลลาร์ในตลาดแล้วก็ตาม ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินสำรองสกุลเงินต่างประเทศลดลงเหลือ 122.8 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม ต่ำสุดในรอบราว 2 ปี ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 5.5% เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน หลังจากเพิ่งปรับขึ้นอีก 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ในเดือนพฤษภาคม

การดำเนินนโยบายดังกล่าวสะท้อนความพยายามของอินโดนีเซียในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินทุนไหลออกและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยช่วยหนุนความน่าสนใจของสินทรัพย์สกุลรูเปียห์ ขณะที่การขายดอลลาร์ช่วยลดความผันผวนระยะสั้นในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

อินเดียใช้มาตรการหลายชั้น คุมทั้งตลาดและอนุพันธ์รูปี

กรณีของอินเดียสะท้อนการใช้มาตรการหลายชั้นมากที่สุด ทั้งการแทรกแซงตลาด การเปิดให้ต่างชาติถือพันธบัตรได้มากขึ้น และตั้งแต่เดือนเมษายนยังสั่งห้ามธนาคารในประเทศเสนอธุรกรรมรูปี NDF ให้ลูกค้า มาตรการดังกล่าวทำให้เกิดการปิดสถานะ short จำนวนมาก ส่งผลให้รูปีแข็งค่าขึ้นในบางช่วง แม้ก่อนหน้านี้จะอ่อนลงแตะราว 97 รูปีต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

แนวทางของอินเดียแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางในเอเชียไม่ได้พึ่งเพียงการแทรกแซงค่าเงินแบบเดิม แต่หันมาใช้ข้อจำกัดด้านอนุพันธ์และมาตรการเชิงโครงสร้างมากขึ้น เพื่อสกัดแรงเก็งกำไรและลดความผันผวนในตลาดเงิน

มุมมองนักลงทุน: น้ำมันแพงยังเป็นตัวแปรหลัก

สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนชัดว่าธนาคารกลางในเอเชียกำลังใช้ทั้ง ดอกเบี้ย และ ข้อจำกัดด้านอนุพันธ์ เพื่อสกัดแรงกดดันต่อค่าเงิน ขณะเดียวกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อทั้งค่าเงินและเงินเฟ้อของประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานเป็นหลัก หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ โอกาสที่ธนาคารกลางจะต้องเข้าดูแลตลาดต่อเนื่องก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

โดยรวมแล้ว สถานการณ์นี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจเอเชียยังเปราะบางต่อความผันผวนของพลังงานโลก และการควบคุมตลาดอนุพันธ์อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในคลังนโยบายของธนาคารกลางมากขึ้นในช่วงต่อไป



Related Topics