| พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไป มี.ค. ติดลบ 0.08% รับแรงกดดันพลังงานโลก ลุ้น Q2 กลับเป็นบวก หลังน้ำมัน-ต้นทุนขยับขึ้น พร้อมปรับเป้าทั้งปี 2569 เป็น 1.5-2.5% จากเดิมที่ 0-1% นายนันพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือน มี.ค. 2569 ลดลง 0.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากตลาดคาด +0.19% โดยเป็นการลดลงในอัตราที่ชะลอตัว แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก และการลดค่ากระแสไฟฟ้า เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยในเดือนนี้มีราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น 231 รายการ ปรับลดลง 185 รายการ และคงที่ 48 รายการ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน มี.ค. สูงขึ้น 0.60% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ที่ติดลบ 0.24% โดยมีรายการสินค้าและบริการที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 183 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า เนื้อสุกร ไก่สด เป็นต้น สินค้าที่ลดลง 127 รายการ และคงที่ 154 รายการ และ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 3 เดือนแรก ติดลบ 0.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค.2569) อยู่ที่ 0.58% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย ในเดือน ก.พ.2569 ลดลง 0.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 4 จาก 136 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน จาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยบวกที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ตามกลไกตลาดที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ค่าบริการขนส่งทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับเข้าสู่ระดับปกติ ผู้ประกอบการรายใหญ่ เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อลดลง คือ ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ พาณิชย์ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจาก 0.0-1% เป็น 1.5-2.5% โดยมีค่ากลางที่ 2% ภายใต้สมมติฐาน จีดีพีขยายตัวที่ 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบ 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีที่ 32.5-33.5 บาทต่อดอลลาร์ สาเหตุที่เงินเฟ้อในเดือน มี.ค. ยังคงติดลบ จากค่าไฟที่ปรับลดลง 4.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และน้ำมันเชื้อเพลิง ติดลบ 2.10% ซึ่งทั้ง 2 ตัว กดดันเงินเฟ้อให้ลดลง 0.35% โดยในเดือน มี.ค. นี้ค่าน้ำมันสูงกว่าปีนี้ |