ธนารักษ์ เร่งราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ใช้ปี 2570 ชี้ขยับขึ้นแต่ไม่แรง จ่อสะท้อนตลาดมากขึ้น

รูป ธนารักษ์ เร่งราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ใช้ปี 2570 ชี้ขยับขึ้นแต่ไม่แรง จ่อสะท้อนตลาดมากขึ้น

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 เม.ย. 69 13:14 น.

ธนารักษ์ เร่งจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ มั่นใจใช้ทันตามกำหนด 1 ม.ค. 2570 ยอมรับราคาจ่อขยับขึ้น ด้าน “Senior Complex รามาฯ” หลังสงกรานต์ ทบทวนเมกะโปรเจกต์ใหม่ พร้อมเดินหน้า คุมต้นทุนผลิตเหรียญยังไม่กระทบ แม้โลหะแพงขึ้น

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ที่จะประกาศใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2570 นั้น อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามระบบ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในเดือน ธ.ค. 2569 และจะสามารถประกาศใช้ได้ทันตามกำหนดแน่นอน

ยอมรับว่าราคาประเมินที่ดินรอบใหม่อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่จะไม่มากนัก ซึ่งกรมฯ พยายามดำเนินการให้ราคาเป็นไปตามราคาตลาด สะท้อนราคาตลาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพบว่า ภาพรวมราคาประเมินที่ดินยังต่ำกว่าราคาตลาดที่แท้จริง ราว 30-40% แต่ก็จะมีราคาประเมินที่ดินที่อาจจะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ที่ตาบอด หรือที่ดินที่อยู่ห่างไกลมาก ๆ เป็นต้น

 สำหรับความคืบหน้าโครงการที่พักผู้สูงอายุ (Senior Complex) บนที่ดินราชพัสดุ ‘รามาฯ-ธนารักษ์’ นั้น โครงการยังคงเดินหน้าต่อแน่นอน โดยหลังจากเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 กรมฯ และโรงพยาบาลรามาธิบดีจะนัดหารือเพื่อประชุมความคืบหน้า และดูรายละเอียดของดครงการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ตามหลักการแล้ว โครงการฯ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การสร้างโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลรามา และส่วนของการสร้างอาคารที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรม แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาติดขัดเล็กน้อย ดังนั้นเชื่อว่าภายหลังการหารือจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นแน่นอน

 “หลังจากนี้อาจจะมีการทบทวนแผนการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ของกรมฯ บ้าง โดยเฉพาะในโครงการที่อาจจะมีการเปิดประมูลใหม่ ๆ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้อาจจะต้องมีการทบทวนเรื่องอัตราค่าเช่า อัตราผลตอบแทนต่าง ๆ เพื่อให้จูงใจมากยิ่งขึ้น”นายอัครุตม์ กล่าว

ขณะนี้ได้มอบหมายให้กองกษาปณ์เร่งกลับไปพิจารณาเรื่องต้นทุนในการผลิตเหรียญหมุนเวียน หลังจากแนวโน้มราคาต้นทุนการผลิตเหรียญ อาทิ โลหะ อะลูมิเนียม ทองแดง มีการปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่เบื้องต้นมองว่าปัจจัยเรื่องต้นทุนดังกล่าวน่าจะเริ่มผลกระทบกับการผลิตเหรียญหมุนเวียนในอีก 1-2 ปีหน้า ส่วนขณะนี้กรมฯ ยังมีสต็อกเหรียญเปล่าสำหรับใช้ผลิตเหรียญหมุนเวียนในราคา 1-2-5-10 บาทอยู่

ยืนยันว่าต้นทุนในการผลิตเหรียญ 5 และ 10 บาท ยังอยู่ระดับต่ำกว่าราคาหน้าเหรียญเกือบ 50% ดังนั้นกรมฯ จังยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตเหรียญที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่ความต้องการใช้เหรียญ โดยเฉพาะราคา 5 และ 10 บาท ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังมีความต้องการใช้จากตลาดสด และตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ ที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้จำนวนการผลิตเหรียญในราคาดังกล่าวมีการปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตเหรียญ ราคา 1 บาท อยู่ที่ 600-620 ล้านเหรียญต่อปี, เหรียญราคา 5 บาท อยู่ที่ 100-200 ล้านเหรียญต่อปี และเหรียญราคา 10 บาท ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านเหรียญต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านเหรียญต่อปี

 “ปกติกองกษาปณ์จะวางแผนเรื่องการผลิตเหรียญในกรอบ 5 ปี และจะมีการทบทวนทุก ๆ ปี แต่จากสถานการณ์ราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น กรมฯ ได้มีการสั่งการให้ลองไปพิจารณาในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ยืนยันว่าเรายังไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนหนึ่งเพราะเรามีสต็อกเหรียญเปล่าอยู่จำนวนหนึ่ง โดยแนวทางในการบริหารต้นทุนจากนี้ ส่วนหนึ่งก็อาจจะใช้การจ้างผลิตซึ่งจะช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า”นายอัครุตม์ กล่าว

พร้อมทั้งยอมรับว่าในอนาคตมีแนนวโน้มที่จะลดการผลิตเหรียญหมุนเวียนลง เนื่องจากความต้องการใช้ที่อาจจะลดลงในระยะต่อไป เนื่องจากคนหันไปใช้การสแกน หรือโอนจ่ายเพิ่มมากขึ้น



Related Topics

Editing by

Pattraporn Kiattinant

Pattraporn Kiattinant

News Editor, efinanceThai