ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคเงินเฟ้อ, โยกเงินออมสู่พันธบัตร-กองทุน

รูป ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคเงินเฟ้อ, โยกเงินออมสู่พันธบัตร-กองทุน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 มิ.ย. 69 16:39 น.

ญี่ปุ่นกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านทางการเงินครั้งสำคัญ เมื่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นเริ่มทำให้ครัวเรือนหันหลังให้กับเงินฝากที่เคยนอนนิ่งมานาน และหันไปลงทุนใน พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) รวมถึง กองทุนรวม มากขึ้นอย่างชัดเจน สัญญาณนี้สะท้อนว่าประเทศที่เคยคุ้นกับเงินฝืดและดอกเบี้ยต่ำ กำลังก้าวสู่ยุคที่ประชาชนต้องคิดใหม่เรื่องการออมและผลตอบแทน

จาก Savings mode สู่ Investment mode

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินครัวเรือนญี่ปุ่นราวครึ่งหนึ่งจากสินทรัพย์ทางการเงินทั้งหมดมูลค่า 2.3 quadrillion เยน หรือประมาณ 14.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังอยู่ในรูปเงินฝาก แต่ทิศทางเริ่มเปลี่ยนไป หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบในเดือนมีนาคม 2024 และทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ภาวะปกติ ตลาดจึงเริ่มคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ส่งผลให้ครัวเรือนมองหาผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากมากขึ้น

กระแสนี้สะท้อนแนวคิด “Flow follows yield” อย่างเด่นชัด เมื่อเงินฝากให้ผลตอบแทนไม่เพียงพอชดเชยเงินเฟ้อ นักลงทุนรายย่อยจึงเริ่มย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยเฉพาะ JGB และกองทุนรวม ซึ่งกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

ยอดซื้อ JGB รายบุคคลพุ่งแรง

ข่าวระบุว่า Rakuten Securities มียอดขายรายเดือนของธุรกิจตราสารหนี้ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่พันธบัตรที่รายย่อยซื้อได้ ด้านข้อมูลการออก JGB รายบุคคลในครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 61% จากปีก่อน เป็น 4.5 ล้านล้านเยน

เมื่อรวมทั้งปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 มียอดออก JGB รายบุคคลมากกว่า 6 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี สะท้อนว่าคนญี่ปุ่นเริ่มนำเงินออมออกมาลงทุนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แทนที่จะปล่อยไว้ในบัญชีฝากออมทรัพย์ตามพฤติกรรมเดิม

เงินฝากชะลอ ขณะที่การลงทุนขยับขึ้น

ข้อมูลจาก BOJ ชี้ว่าการเติบโตของเงินฝากแบบออมทรัพย์ทั่วไปชะลอลงมาอยู่ที่ราว 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีข้อมูลเทียบเคียงได้ในปี 2000 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าครัวเรือนญี่ปุ่นกำลังแบ่งเงินไปยังหลักทรัพย์มากขึ้น และค่อย ๆ เคลื่อนจาก “savings mode” ไปสู่ “investment mode” อย่างเป็นระบบ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะผลตอบแทนเงินฝากต่ำเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากความเชื่อที่เปลี่ยนไปว่าเงินเฟ้อจะอยู่กับเศรษฐกิจญี่ปุ่นนานขึ้น ทำให้การเก็บเงินนิ่ง ๆ อาจไม่เพียงพอในการรักษากำลังซื้อในระยะยาว

ผลต่อพันธบัตร หุ้น และตลาดการเงิน

ในอีกมุมหนึ่ง การที่นักลงทุนรายย่อยซื้อ JGBs มากขึ้นอาจช่วยพยุงตลาดพันธบัตรรัฐบาลในประเทศได้บ้าง เพราะผู้ซื้อกลุ่มนี้มักถือยาวและไม่ได้เน้นการเทรดในตลาดรองมากนัก แม้ผลต่อ secondary market อาจไม่เด่นชัด แต่การมีฐานนักลงทุนในประเทศที่กว้างขึ้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญต่อการระดมทุนของภาครัฐ

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางนโยบายการคลังขยายตัวของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi การมีแหล่งเงินทุนภายในประเทศที่แข็งแรงขึ้นยิ่งช่วยลดความเปราะบางของตลาดพันธบัตรในระยะยาว และอาจทำให้โครงสร้างการออมของญี่ปุ่นสมดุลมากขึ้น

นัยต่อหุ้นโลกและนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้มีนัยสำคัญต่อทั้งหุ้นโลกและทิศทางเงินทุนข้ามสินทรัพย์ หาก BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องไปสู่ระดับ 1% ตามที่ตลาดคาด สินทรัพย์ปลอดภัยในญี่ปุ่นจะน่าสนใจขึ้น และเงินบางส่วนอาจไหลกลับสู่ JGBs มากกว่าจะไหลออกไปหาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ส่งผลให้หุ้นเติบโตที่อ่อนไหวต่อ discount rate อาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง หุ้นญี่ปุ่นบางกลุ่ม เช่น โบรกเกอร์ บลจ. และ สถาบันการเงิน ที่มีธุรกิจตราสารหนี้ อาจได้ประโยชน์จากการออมและการบริหารความมั่งคั่งที่คึกคักขึ้น ขณะที่ข้อมูลจาก Association of Japan ระบุว่ากองทุนหุ้นที่เสนอขายทั่วไปมีเงินไหลเข้า 1.7 ล้านล้านเยน ในเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่ 36 ติดต่อกันที่เป็น net inflow และเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกันที่เงินไหลเข้าเกิน 1 ล้านล้านเยน

ภาพใหญ่: ญี่ปุ่นกำลังปรับสมดุลการออมครั้งใหญ่

กองทุนยอดนิยมในระบบ NISA ยังเป็นกองทุนที่อิงดัชนี MSCI ACWI ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการกระจายลงทุนไปทั่วโลกมากขึ้น โดยรวมแล้ว ญี่ปุ่นไม่ได้เพียงเปลี่ยนจากประเทศเงินฝากเป็นประเทศลงทุนเท่านั้น แต่กำลังปรับสมดุลของกระแสเงินในระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่

เมื่อคนญี่ปุ่นเริ่มเชื่อว่าเงินเฟ้อจะอยู่กับเศรษฐกิจนานขึ้น พฤติกรรมการออมแบบเดิมอาจถูกแทนที่ด้วยการแสวงหาผลตอบแทนที่สอดคล้องกับต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น นี่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทย ควรติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

สรุป: ญี่ปุ่นกำลังก้าวสู่ยุคที่เงินออมไหลออกจากเงินฝากและเข้าสู่ JGBs กับกองทุนรวมมากขึ้น ท่ามกลางเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น และพฤติกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ



Related Topics