ตลาดการเงินสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในปีนี้ โดยนักลงทุนบางส่วนเริ่มคาดการณ์ว่าเฟดอาจคงหรือแม้แต่พิจารณาขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ Citi Research ยังมองว่า เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยในปีนี้ หากตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัวลงและราคาน้ำมันยังปรับลงต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยกดแรงกดดันเงินเฟ้อให้ชะลอลงได้มากกว่าที่ตลาดส่วนหนึ่งคาดไว้
มุมมองของ Citi ได้แรงหนุนจากการร่วงลงของราคาพลังงานอย่างรวดเร็ว หลังข่าวข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมัน โดยราคาน้ำมัน Brent ลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือนในวันอังคาร ส่งผลให้แรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานเปลี่ยนจากความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้นไปเป็นแรงกดดันลักษณะเงินฝืดตามที่ Andrew Hollenhorst หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของ Citi Research ระบุ
ตลาดเริ่มเอนเอียงไปทางคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น
แม้มุมมองของ Citi จะยังเปิดทางให้เห็นการลดดอกเบี้ยในปีนี้ แต่บรรยากาศในตลาดล่าสุดสะท้อนว่าความคาดหวังดังกล่าวลดลง หลังปัจจัยด้านสงครามในอิหร่าน ความแข็งแกร่งของการจ้างงาน และการทำจุดสูงสุดใหม่ของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทำให้ผู้ค้าพันธบัตรและนักลงทุนบางส่วนหันไปให้น้ำหนักกับโอกาสที่เฟดอาจต้องคงดอกเบี้ยระดับสูงไว้นานขึ้น หรืออาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี 2026 แทน
ภาพดังกล่าวทำให้ตลาดเงินและตลาดพันธบัตรกำลังประเมินทิศทางนโยบายการเงินในมุมที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดยฝั่งหนึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งพอให้เฟดระมัดระวังต่อเงินเฟ้อ ขณะที่อีกฝั่งเห็นว่าความอ่อนแรงของตลาดแรงงานและการลดลงของราคาพลังงานอาจเปิดทางให้เฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด
ถ้อยแถลงเฟดสัปดาห์นี้อาจส่งสัญญาณสำคัญ
Hollenhorst คาดว่าในการประชุมเฟดสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่อาจตัดข้อความที่สื่อถึงอคติไปทางการผ่อนคลายนโยบายออกจากถ้อยแถลง และอาจเผยการคาดการณ์ที่ไม่เห็นการลดดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งสะท้อนว่าเฟดอาจต้องการรักษาความยืดหยุ่นไว้ก่อน ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังผสมผสานและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังไม่หมดไปทั้งหมด
อย่างไรก็ดี Citi ยังมองว่าเฟดมี โอกาสลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยอาจเริ่มในเดือนกันยายน หากตลาดแรงงานอ่อนตัวลงต่อเนื่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่หากเงื่อนไขดังกล่าวไม่เกิดขึ้น การลดดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนไปถึงปี 2027 ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงต่อไปนานกว่าที่ตลาดบางส่วนคาดไว้
สำหรับนักลงทุน ความไม่แน่นอนรอบทิศทางดอกเบี้ยเฟดจึงยังเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะทั้งราคาน้ำมัน ข้อมูลการจ้างงาน และถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐฯ ล้วนมีผลต่อการประเมินนโยบายการเงินและทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่เหลือของปีนี้