จีนชิงเม็ดเงิน AI ผ่าน IPO ฮ่องกง ตั้งเป้าแข่งสหรัฐฯ

รูป จีนชิงเม็ดเงิน AI ผ่าน IPO ฮ่องกง ตั้งเป้าแข่งสหรัฐฯ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 มิ.ย. 69 23:03 น.

ศึกชิงเม็ดเงินในธีม AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังร้อนแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยฝั่งจีนเลือกใช้ตลาด IPO ฮ่องกง เป็นเวทีระดมทุนสำคัญ ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมเปิดดีลขนาดใหญ่ที่อาจดึงเงินทุนทั่วโลกไหลกลับเข้าสู่ตลาดอเมริกาอีกครั้ง ภาพรวมดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนการแข่งขันด้านเทคโนโลยี แต่ยังบอกทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามภูมิภาค และส่งผลต่อหุ้น เทคโนโลยี พลังงาน รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกในพอร์ตนักลงทุนทั่วโลก

ฮ่องกงกลับมาเป็นเวทีสำคัญของบริษัท AI จีน

ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกงระดมทุนได้ถึง 166.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 21.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงขับเคลื่อนหลักมาจากบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งมองว่าฮ่องกงยังเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงเงินทุนระหว่างประเทศ แม้บรรยากาศการลงทุนในจีนจะมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนด้านนโยบาย

แนวโน้มนี้สะท้อนว่าเงินทุนยังคงไหลตามโอกาสเติบโตและผลตอบแทนที่คาดหวัง ซึ่งตรงกับแนวคิด Flow Follows Yield หรือเงินไหลตามผลตอบแทน หากตลาดใดพร้อมให้มูลค่าและสภาพคล่อง นักลงทุนก็พร้อมย้ายเงินตามไปด้วย

สหรัฐฯ เตรียมเปิดคลื่น IPO ขนาดใหญ่

ด้านสหรัฐฯ ยังครองภาพลักษณ์ของตลาดทุนที่ให้มูลค่าสูงและมีสภาพคล่องลึก โดยมีความเป็นไปได้ของดีลใหญ่จากหลายบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ที่มีเป้าระดมทุน 75 พันล้านดอลลาร์ ผ่าน IPO บน Nasdaq, Anthropic ที่ยื่นจดทะเบียนเข้าตลาดสหรัฐฯ หลังรอบทุนล่าสุดที่มีมูลค่า 965 พันล้านดอลลาร์ แบบ post-money รวมถึง OpenAI ที่มีรายงานว่ากำลังตั้งเป้ามูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ จากการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ

เมื่อมองในเชิงตลาดทุน ตัวเลขเหล่านี้ช่วยยืนยันว่ากระแส AI ยังไม่จบ และการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่นวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการแย่งชิงเงินลงทุนทั่วโลกด้วย นักลงทุนจึงไม่ได้ดูแค่ศักยภาพของธุรกิจ แต่ยังต้องดูว่าตลาดใดพร้อมให้ราคาที่เหมาะสมที่สุด

AI ไม่ได้จบแค่ซอฟต์แวร์ แต่ลามไปถึงพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์

อีกประเด็นสำคัญคือการเติบโตของ AI กำลังขยายไปสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่กว้างกว่าซอฟต์แวร์และโมเดลภาษา โดยเฉพาะพลังงาน แบตเตอรี่ และ ดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัท Contemporary Amperex Technology หรือ CATL ระบุว่าจะเดินหน้าระดมทุนต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกิจที่เชื่อมโยงกับหุ่นยนต์ AI รถบินได้ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล

CATL เปิดเผยว่าในปี 2025 บริษัทได้ระดมทุน 41 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง จากการเสนอขายหุ้น และตามด้วยการขายหุ้นแบบ private placement อีก 39.2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในช่วงปลายเดือนเมษายน ขณะที่ Pan Jian ประธานร่วมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ระบุว่าบริษัทคาดว่าธุรกิจโดยรวมจะเติบโต 5 ถึง 10 เท่า ภายใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนาธุรกิจใหม่

มุมนี้สำคัญต่อการลงทุนแบบ Multi-Asset เพราะการเติบโตของ AI ไม่ได้ดันเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี แต่ยังเพิ่มความต้องการไฟฟ้า โครงข่ายพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และอุตสาหกรรมที่อยู่รอบดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย

ผลต่อพอร์ตลงทุน: โอกาสและความเสี่ยงต้องมาคู่กัน

ในเชิงกลยุทธ์ ตลาดกำลังส่งสัญญาณทั้งด้านบวกและด้านเสี่ยง ด้านบวกคือการระดมทุนจำนวนมากบ่งชี้ว่านักลงทุนยังยอมจ่ายเพื่อธีม AI และยังเชื่อในศักยภาพการเติบโตระยะยาว ส่วนด้านเสี่ยงคือการแข่งขันด้านมูลค่าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ อาจทำให้เงินทุนกระจุกตัวในหุ้นไม่กี่กลุ่ม ขณะที่หุ้นเติบโตที่มี valuation สูงอาจผันผวนมากขึ้น หากอัตราดอกเบี้ยหรือ bond yield ปรับขึ้น เพราะเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น นักลงทุนมักต้องการส่วนลดที่มากขึ้นกับกำไรในอนาคต

สำหรับนักลงทุนไทย แม้ข่าวนี้เกิดในฮ่องกงและสหรัฐฯ แต่ผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงพอร์ตในประเทศได้หลายทาง หากกระแส AI ยังเดินหน้า หุ้นหรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ เซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอาจยังได้แรงสนับสนุนต่อเนื่อง ขณะเดียวกันกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้นสูงอาจเผชิญความผันผวนมากกว่า

  • หุ้นและกองทุนธีม AI อาจได้อานิสงส์จากเม็ดเงินใหม่
  • กลุ่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอาจได้ประโยชน์ทางอ้อมจากดาต้าเซ็นเตอร์
  • หุ้นเติบโตที่ราคาแพงมีโอกาสผันผวนหากดอกเบี้ยหรือบอนด์ยีลด์สูงขึ้น
  • ทองคำและพันธบัตรยังช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตแบบผสม

สรุป: ศึก AI คือศึกแย่งชิงกระแสเงินทุนโลก

โดยสรุป ข่าวนี้สะท้อนการต่อสู้แย่งชิง เม็ดเงิน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการช่วงชิงเงินลงทุนจากทั่วโลกไปยังตลาดที่ให้มูลค่าสูงและมีสภาพคล่องดีที่สุด นักลงทุนจึงควรมองภาพรวมให้ครบทั้งหุ้นต่างประเทศ หุ้นไทย พลังงาน และสินทรัพย์ปลอดภัย มากกว่าจะโฟกัสเพียงหุ้น AI รายตัว เพราะทิศทางของเงินทุนในรอบนี้อาจเปลี่ยนโครงสร้างพอร์ตลงทุนได้ในวงกว้าง



Related Topics