ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) มีมติ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดฐาน ในการประชุมวันพฤหัสบดี ส่งผลให้อัตรา overnight repurchase rate ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.75% โดยนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องครั้งที่สอง เพื่อรับมือแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมจะชะลอลงมาอยู่ที่ 6.8% จากเดือนเมษายนก็ตาม
การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่า BSP ยังให้ความสำคัญกับการคุมเสถียรภาพด้านราคาเป็นหลัก หลังอัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางที่ 2% ถึง 4% อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าที่จำเป็นยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังคงส่งผลต่อค่าครองชีพของครัวเรือนและต้นทุนของภาคธุรกิจ
ผู้ว่าการ BSP ยังไม่ปิดทางขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ผู้ว่าการ Eli Remolona ระบุว่ายังไม่สามารถสรุปได้ว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว และธนาคารกลางยังพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มเติมหากจำเป็น ทั้งในการประชุมตามกำหนดหรือแม้แต่การประชุมฉุกเฉิน หากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะถัดไปยังไม่เอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบาย
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของ Reuters ที่สอบถามนักเศรษฐศาสตร์ 25 รายระหว่างวันที่ 9-16 มิถุนายน ซึ่งส่วนใหญ่คาดการณ์ตรงกันว่า BSP จะปรับขึ้นดอกเบี้ย โดย 20 ราย มองว่าเพิ่ม 25 จุดฐาน ขณะที่อีก 5 ราย คาดว่าจะปรับขึ้นถึง 50 จุดฐาน
ราคาพลังงานโลกเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางนโยบาย
นักวิเคราะห์จาก Capital Economics ระบุว่า หากราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงล่าสุดสามารถยืนอยู่ในระดับต่ำได้ต่อเนื่อง นโยบายการเงินของฟิลิปปินส์อาจเริ่มเปลี่ยนจุดสนใจจากการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ไปสู่การพิจารณาภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางชะลอความเข้มงวดในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในตอนนี้ยังสะท้อนว่า BSP ต้องเดินเกมระมัดระวังระหว่างการคุมเงินเฟ้อกับการประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อแรงกดดันด้านราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในช่วงครึ่งหลังของปี
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การตัดสินใจของ BSP ครั้งนี้เป็นอีกสัญญาณว่า ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ยังจำเป็นต้องรักษานโยบายเข้มงวด ตราบใดที่เงินเฟ้อยังไม่กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายอย่างมั่นคง