SCGD โชว์กำไร Q1/69 ที่ 247 ลบ. โต 14% รับคุมค่าใช้จ่ายลดลง - ตลาดเวียดนามหนุน

รูป SCGD โชว์กำไร Q1/69 ที่ 247 ลบ. โต 14% รับคุมค่าใช้จ่ายลดลง - ตลาดเวียดนามหนุน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 เม.ย. 69 17:44 น.

SCGD เปิดงบไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 หลังคุมค่าใช้จ่ายลดลงต่อเนื่อง ควบคู่แรงหนุนตลาดเวียดนามยังมีแนวโน้มขยายตัว

บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทยังรักษาอัตราการทํากําไรดีต่อเนื่อง โดยมีกําไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท อยู่ที่ 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีอัตรากําไรร้อยละ 4.2 ในส่วนของ EBITDA อยู่ที่ 780 ล้านบาท และมี EBITDA on Sales ร้อยละ 14.1 ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบปีก่อน และใกล้เคียงไตรมาสก่อน จากความพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายลดลงต่อเนื่อง

เพื่อสะท้อนความสามารถที่แท้จริงของธุรกิจ โดยพิจารณาจากกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานเป็น หลัก บริษัทมี Adjusted cash EBITDA ที่ 761 ล้านบาท และมีกําไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Adjusted Profit) ที่ 232 ล้านบาท

บริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 5,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เทียบไตรมาสก่อน แต่ชะลอตัวลดลงร้อยละ 7 เทียบปีก่อน หากไม่รวมผลกระทบจากการแปลงค่าเงินสกุลต่างประเทศที่บริษัทมีธุรกิจอยู่เป็นเงินบาท รายได้จากการขายจะลดลงเพียงร้อยละ 4 เทียบปีก่อน จากรายได้จากการขายที่เวียดนามที่เพิ่มขึ้น

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลง โดยต้นทุนขายอยู่ที่ 4,087 ล้านบาท ลดลง 291 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง โดยต้นทุนพลังงานผลิตกระเบื้องต่อตารางเมตรลดลงต่อเนื่องถึงระดับที่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 29 บาทต่อตารางเมตร เนื่องจากการใช้พลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนในการจัดจําหน่ายและค่าใช้จ่ายในการ บริหารลดลง อยู่ที่ 1,192 ล้านบาท ลดลง 100 ล้านบาทจากปีก่อน และใกล้เคียงไตรมาสก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและ ผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ

บริษัทมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA คงเดิมจากไตรมาสก่อนที่ 1.1 เท่า และ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.5 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นคงเดิมที่ 0.2 เท่า บริษัท ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างจํากัด พร้อมมาตรการรับมือราคาพลังงานผันผวนจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

แนวโน้มตลาดในไตรมาสที่ 2/69 คาดการณ์สถานการณ์ตลาดภายในประเทศไทยยังคงชะลอตัว อุตสาหกรรมภาคอสังหาริมทรัพย์ยังถูกกดดันจากกําลังซื้อที่ลดลง และอยู่ในสภาวะรอความชัดเจนถึงนโยบายภาครัฐในด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวน อาจส่งผลต่อภาพรวมของผู้ผลิต อีกทั้งความจําเป็นในการดูแลราคาขายให้สะท้อนต้นทุนจริงของผู้ผลิต

ส่วนต่างประเทศ ตลาดเวียดนามยังมีแนวโน้มขยายตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเร่งกิจกรรมก่อสร้างก่อนเข้าสู่ฤดูฝน รวมถึงการเบิกจ่ายการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนความต้องการในภาคการก่อสร้างและวัสดุตกแต่ง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่อภาคธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลทางอ้อมต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนโลจิสติกส์ในเวียดนาม

สําหรับประเทศอินโดนีเซีย ความต้องการในประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวของ GDP โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐในการดูแลความผันผวนของราคาน้ำมันและพลังงาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศ

ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์ แนวโน้มความต้องการมีทิศทางชะลอตัว โดยยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และความผันผวนของตลาด



Related Topics

Reported by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai