| สำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยแพร่ร่างข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MoU) หยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งจะปูทางสู่การเจรจาในประเด็นที่ซับซ้อนเป็นเวลา 60 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ และกำหนดแนวทางใหม่ในการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ประกอบด้วยเงื่อนไขจำนวน 14 ข้อ โดยการลงนามอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 1. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในสงคราม จะประกาศยุติสงครามในทุกแนวรบโดยทันทีอย่างถาวร รวมถึงในเลบานอน นับตั้งแต่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันอีก รวมทั้งงดเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน โดยสาระสำคัญที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้ออื่น ๆ จะถูกบรรจุและรับรองไว้ในข้อตกลงฉบับสุดท้าย 2. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ ให้คำมั่นที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย 3. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ ตกลงที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน ซึ่งสามารถขยายเวลาออกไปได้โดยยินยอมร่วมกัน 4. สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และป้องกันไม่ให้มีการแทรกแซงหรือขัดขวางการดำเนินการของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมทั้งฟื้นฟูการสัญจรทางทะเลให้กลับสู่ระดับสูงสุดในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน โดยปริมาณการเดินเรือของอิหร่านจะต้องสอดคล้องกับระดับก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้คำมั่นว่าจะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่โดยรอบภายใน 30 วันหลังจากมีการบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้าย 5. เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะดำเนินมาตรการโดยทันทีเพื่อให้การเดินเรือพาณิชย์ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมานกลับมาดำเนินการได้ภายใน 30 วันในระดับเดียวกับก่อน 6. สหรัฐฯ ให้คำมั่นร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคในการจัดทำแผนฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมสำหรับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน พร้อมจัดสรรวงเงินสนับสนุนอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยกลไกการดำเนินงานของแผนนี้ อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสุดท้าย จะถูกกำหนดขึ้นภายใน 60 วัน 7. สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกรูปแบบต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตามกรอบเวลาที่จะตกลงกันในข้อตกลงฉบับสุดท้าย ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC), มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ทั้งในรูปแบบปฐมภูมิและทุติยภูมิ 8. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านย้ำว่าจะไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าในกรณีใด โดยอิหร่านและสหรัฐฯ ตกลงกันว่าประเด็นเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ตลอดจนความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมภายใต้ข้อตกลงฉบับสุดท้าย ซึ่งจะรับรองสาระสำคัญในบทบัญญัติข้อนี้ 9. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ ตกลงว่า ระหว่างรอการบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายจะคงสถานะเดิมไว้ โดยอิหร่านจะรักษาสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ จะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน หรือเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค 10. หลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และจนกว่าจะถึงวันที่มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกหนังสือรับรองการผ่อนผันการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น การธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 11. สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่า เมื่อการเจรจามีความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงฉบับสุดท้าย เงินทุนและทรัพย์สินของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ถูกอายัดหรือจำกัดอยู่จะได้รับการปลดล็อกและเปิดให้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ เงินทุนดังกล่าวไม่ว่าจะอยู่ในบัญชีหลักหรือถูกโอนย้าย จะสามารถนำไปใช้จ่ายให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ปลายทางตามที่ธนาคารกลางของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำหนด และจะพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยสหรัฐฯ จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าว 12. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ ตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการดำเนินงานเพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับสุดท้ายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาพันธกรณีในอนาคต 13. ภายหลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และเมื่อได้รับการรับรองให้เริ่มดำเนินการตามข้อ 4, 5, 10 และ 11 รวมถึงการดำเนินการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ จะเข้าสู่การเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสุดท้าย โดยครอบคลุมประเด็นที่เหลืออยู่ตามข้ออื่น ๆ โดยเฉพาะ 14. ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะได้รับการรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่มา Bloomberg ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |