เฟดกล่อมแบงก์ใหญ่วอลล์สตรีทรับเกณฑ์เงินทุนใหม่ หวังจบดีลภายในสิ้นปี

รูป เฟดกล่อมแบงก์ใหญ่วอลล์สตรีทรับเกณฑ์เงินทุนใหม่ หวังจบดีลภายในสิ้นปี

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 69 11:32 น.


มิเชลล์ โบว์แมน รองประธานกรรมการบริหารของเฟด ได้พบกับผู้บริหารจากวอลล์สตรีท พร้อมโน้มน้าวให้สนับสนุนแผนเงินทุนที่เธอมองว่าเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโดยรวม พร้อมยุติการเรียกร้องให้มีการยกเว้นในบางประการ ขณะที่การทบทวน Capital requirement และ Stress test ครั้งสำคัญยังเดินหน้าต่อไป


ในการพบกันที่กรุงวอชิงตัน ผู้บริหารระดับสูงจาก JPMorgan Chase & Co. และ Goldman Sachs Group Inc. ระบุว่า การแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และช่วยสนับสนุนแผนดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าแผนเหล่านี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ


ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ผู้กำกับดูแลพยายามผ่อนคลายเงื่อนไขทางการเงินที่ซับซ้อนซึ่งวอลล์สตรีทมองว่ายุ่งยากเกินไป โดยข้อเสนอเพื่อลดข้อกำหนดด้านทุนสำรองเพื่อรองรับการขาดทุนทางการเงินถูกมองว่าเป็นชัยชนะสำหรับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอปรับปรุงกฎทุนหลักที่ส่งผลต่อธนาคารขนาดใหญ่ และระบุว่ายอดทุนรวมในอนาคตของธนาคารควรลดลงในระดับปานกลาง


เมื่อพิจารณาในมุมของ Bank regulation และ Risk-weighted assets การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อการวางแผนเงินกองทุน ต้นทุนเงินทุน และความยืดหยุ่นของธนาคารขนาดใหญ่ในระยะต่อไป ขณะเดียวกันการพัฒนากฎทดสอบความเครียดที่ละเอียดขึ้นยังเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด


ประเด็นที่ยังต้องจับตา

หลังการประชุมกับโบว์แมน ผู้บริหารในวอลล์สตรีทแสดงความไม่เห็นด้วยต่อข้อกำหนดบางประการในยุคการบริหารของทรัมป์ และแสดงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ต้องกันเงินทุนเพิ่มขึ้นถึง 20,000 ล้านดอลลาร์


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า แม้เฟดจะมุ่งลดภาระด้านเงินทุนบางส่วน แต่รายละเอียดของกฎยังเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างผู้กำกับดูแลกับธนาคารขนาดใหญ่


โบว์แมนยังระบุว่าต้องการเห็นแผนดังกล่าวเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเปิดทางให้สามารถจัดการความเสี่ยงอื่นๆ ความเร่งในการสรุปแผนเงินทุนจึงเป็นสัญญาณว่าการปรับกฎการเงินครั้งนี้อาจเดินหน้าเร็วขึ้น หากทุกฝ่ายหาข้อสรุปร่วมกันได้


ผลต่อหุ้นธนาคารสหรัฐและสิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้กำกับดูแลกำลังทบทวนกฎการเงินที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงในปี 2008 โดยมีการพัฒนาเกณฑ์การทดสอบความเครียด และเมื่อรวมการเปลี่ยนแปลงหลายรายการเข้าด้วยกัน คาดว่าจะทำให้ข้อกำหนดด้านทุนสำหรับธนาคารบางแห่งลดลง


สำหรับนักลงทุนในกลุ่มการเงินสหรัฐ ประเด็นสำคัญคือการติดตามว่าผู้กำกับดูแลจะปิดดีลแผนทุนได้ภายในสิ้นปีตามที่โบว์แมนต้องการหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดสุดท้ายของข้อเสนอปรับกฎทุนหลัก และการตอบสนองจากธนาคารขนาดใหญ่ต่อข้อกำหนดในยุคการบริหารของทรัมป์ โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์อาจกระทบความเชื่อมั่นในหุ้นธนาคารและการประเมินความเสี่ยงของระบบการเงิน


รายการที่ควรติดตาม

  • ความคืบหน้าการสรุปแผนเงินทุนภายในสิ้นปีนี้
  • รายละเอียดสุดท้ายของข้อเสนอปรับกฎทุนหลัก
  • ทิศทางเกณฑ์ Stress test สำหรับธนาคารขนาดใหญ่
  • การตอบสนองของ JPMorgan Chase, Goldman Sachs และธนาคารรายใหญ่อื่นๆ

มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ลงทุน

นักลงทุนควรติดตามการเจรจาระหว่างผู้กำกับดูแลและธนาคารขนาดใหญ่ เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Capital requirement อาจส่งผลต่อการจ่ายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการจัดสรรเงินทุนของกลุ่มธนาคารสหรัฐโดยตรง หากข้อกำหนดลดลงตามที่คาด อาจช่วยหนุนความสามารถทำกำไรในบางช่วง แต่หากรายละเอียดสุดท้ายเข้มกว่าที่ตลาดประเมิน ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อความคาดหวังของนักลงทุนได้



ที่มา Bloomberg



Related Topics