โบรกฯ แนะ 5 หุ้นเด่น รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

รูป โบรกฯ แนะ 5 หุ้นเด่น รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 มิ.ย. 69 11:47 น.

บล.ดาโอ เผย ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงแรง หลังสหรัฐฯ - อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ มอง SET มีโอกาสปรับขึ้นต่อ รับแรงหนุนจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง พร้อมแนะ 5 หุ้นเด่นพื้นฐานแข็งแกร่ง CENTEL, MINT, OSP, SJWD และ AAV


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันลงแรงหลัง สหรัฐฯ - อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยเมื่อคืนนี้ มี รายงานว่าสหรัฐอเมริกา (US) และอิหร่านสามารถที่จะบรรลุข้อตกลง สันติภาพได้แล้วและจะมีการเซ็นต์สัญญาอย่างเป็นทางการในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.2026


ทั้งนี้ ทาง Bloomberg รายงานว่า ยังไม่มีการเปิดเผยข้อความใดๆจากทั้งสองฝ่าย ขณะที่ Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ร่างสุดท้ายของบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ US ครอบคลุมประเด็นต่างๆ มากมาย ตั้งแต่งานด้านนิวเคลียร์ ของอิหร่าน ไปจนถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง และ การยกเว้นมาตรการคว่ำบาตร (sanction) น้ำมันของ US โดยจะมีการหารือ ข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วันหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน


Hormuz จะกลับมาเปิดอีกครั้ง ถ้าอิงตาม Reuters เงื่อนไขหลักๆใน MOU รวมถึง อิหร่านจะเปิด Strait of Hormuz ให้เรือพาณิชย์ทุกประเภทผ่านได้ ทันที ในขณะที่ US จะยกเลิกการปิดล้อม(blockage) ทางทะเลต่อท่าเรือของ อิหร่าน โดยการยกเลิก blockage ของ US จะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากลงนามใน MOU และจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน


ยกเลิก sanctions บนอิหร่าน สําหรับเงื่อนไขอื่นๆ รวมถึง การที่ US ตกลงที่ จะไม่ใช้ sanction ใหม่ใดๆ ต่ออิหร่านจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย US จะยกเลิก sanction น้ำมันต่ออิหร่านเป็นระยะเวลาที่กําหนด ทําให้อิหร่าน สามารถขายนํ้ามันและรับรายได้ได้ หลังจากการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย sanction ทั้งหมดของ US และสหประชาชาติ (UN) ที่มีต่ออิหร่านจะถูกยกเลิก
ตามกําหนดเวลาที่ตกลงกันไว้


แผนฟื้นฟูอิหร่านและโครงการนิวเคลียร์จะตกลงภายใน 60 วัน นอกจากเรื่อง ที่กล่าวข้างต้น เงื่อนใของ MOU จะระบุถึงประเด็นสําหรับการเจรจาภายใน 60 วันนับจากวันที่มีการเซ็นต์ MOU เช่น การจัดทําแผนฟื้นฟูและพัฒนาอิหร่าน โดย US และพันธมิตรในภูมิภาค, โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน, กิจกรรม การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และกลไกในการจัดการคลังยูเรเนียมเสริม สมรรถนะสูงของอิหร่าน (ที่มา: Reuters, Bloomberg)


DAOL: เรายังคงคาดราคาน้ำมันจะกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นใน 2H26E เราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะเริ่มกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นหลังมีความก้าวหน้าใน การเจรจาเพื่อยุติสงครามซึ่งเป็นไปตามมุมมองของเราก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี เรายังคงคาดว่าราคาน้ำมันจะยังผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้นจากความไม่แน่นอนของการเจรจาเงื่อนไข โดยเรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบ เฉลี่ยปีนี้ที่ USD85.0/bbl ทั้งนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ํามันดิบ Brent เช้านี้ ปรับตัวลดลง 4%-5% ในช่วง USD83.0/bbl-USD84.0/bbl


คาด SET วันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เราคาดว่า SET วันนี้มีแนวโน้มที่ปรับตัว ขึ้นต่อหลังปิดบวก 1.3% เป็น 1,592.4 จุดในวันที่ 12 มิ.ย.2026 จากความ คาดหวังการเจรจาสันติภาพระหว่าง US และอิหร่าน ขณะที่ เช้านี้ตลาดหุ้น เอเชียปรับตัวขึ้นในช่วง 4%-5% ทําให้เราคาดว่าวันนี้ SET มีโอกาสปรับตัวขึ้น
ตาม


แนะ 5 หุ้นเด่น พื้นฐานดี


มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงครามโดย เราเลือกหุ้น 5 ตัวที่ ลงมาเยอะและคาดว่าจะ rebound ได้ดี คือ CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SJWD (ซื้อ/เป้า 10.50 บาท), และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท)


(+) กลุ่มท่องเที่ยว (Neutral): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SHR (ถือ/เป้า 1.80 บาท)


(+) Aviation (Neutral): ได้ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุน น้ำมันที่ลดลง และช่วยหนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท), SAV (ซื้อ/เป้า 14.50 บาท) และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท)


(+) กลุ่มค้าปลีก (Overweight): ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดแรงกดดันค่าขนส่ง และหนุนกําลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้น ที่คาดได้อานิสงส์ได้แก่ BJC (ซื้อเป้า 17.00 บาท), CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท)


(+) กลุ่ม Beverage (Neutral): รับอานิสงส์เชิงบวกจากต้นทุนพลังงาน 2-4% of COGS และ raw & packaging materials ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่ได้ อานิสงส์ได้แก่ OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท)


(+) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1- 2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), STECON (ถือ/เป้า 13.50 บาท)


(+) กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ํามันที่ปรับตัวลงทําให้ต้นทุนน้ำมันต่ำลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท) และ PTG (ถือ/เป้า 8.00 บาท)


(+) Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยหุ้นที่ คาดได้อานิสงส์ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท), AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท)


(+) GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50) รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft ปรับตัวขึ้นจากต้นทุน พลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปัจจุบันเทรดอยู่ในvaluation ที่น่าสนใจ มองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น คาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ําและโรงกลั่น)


(-) กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น: เราเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจาก ราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่ โรงกลั่นน่า อาจจะเห็นจาดทุนจากสต๊อก (stock loss) ที่เป็นไปได้ที่ ทั้งนี้ เราแนะนํา PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท), TOP (ซื้อ/เป้า 55.00 บาท), SPRC (ซื้อ/เป้า 8.50 บาท) และ BCP (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท)

ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews



Related Topics

Reported by

Chutima Apichaisuksakul

Chutima Apichaisuksakul

Senior Reporter, efinanceThai