| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 7 เม.ย. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.พาย | ซื้อ | 15 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 14.2 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 14 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 13.9 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 13.4 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 13.3 | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 13.2 | | บล.หยวนต้า | Trading | 12.8 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 12.2 | | บล.เมย์แบงก์ | ถือ | 11.5 | | บล.บัวหลวง | (ติดตามปัจจัยเสี่ยง) | - | สรุปปัจจัยบวก+ ผลประกอบการ 1Q26 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ: คาดกำไรสุทธิโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.พาย, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้) + ธุรกิจ Pet Care เติบโตโดดเด่น: ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงโต 15-20% จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ และการปรับราคาขาย (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) + บันทึกรายการพิเศษทางภาษี: คาดมีกำไรจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Gain) ช่วยหนุนกำไรสุทธิในงวด 1Q26 (บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า) + การสิ้นสุดโครงการ Transformation (Sonar): ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน (บล.ทิสโก้, บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส) + ความสามารถในการปรับราคาขาย: บริษัทเตรียมเจรจาปรับราคากับคู่ค้า OEM และใช้เงื่อนไข Force Majeure ในยุโรปเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ทิสโก้) + สิทธิประโยชน์จากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ: อัตราภาษีนำเข้าลดลงจาก 19% เหลือ 10% ช่วยบรรเทาแรงกดดันต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) + เงินปันผลน่าสนใจ: คาดการณ์ Dividend Yield อยู่ในระดับสูงประมาณ 5-6% ต่อปี (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์, บล.ทิสโก้) สรุปปัจจัยลบ- ต้นทุนปลาทูน่าพุ่งสูง: ราคาปลาทูน่าเดือน มี.ค. แตะระดับ 2,000 ดอลลาร์/ตัน (+27% MoM) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี กดดันมาร์จิ้นในช่วงครึ่งปีหลัง (บล.พาย, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์, บล.บัวหลวง) - ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และพลังงานเพิ่มขึ้น: ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกระทบต้นทุนพลาสติก เหล็ก อลูมิเนียม และค่าขนส่ง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง) - ผลกระทบจากภาวะสงครามและภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลทางอ้อมต่อราคาพลังงานและอาจทำให้คำสั่งซื้อบางส่วนชะลอตัว (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้) - ความล่าช้าในการส่งผ่านต้นทุน (Lag Time): แม้จะปรับราคาขายได้แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ทำให้กำไรในช่วง 2Q26-3Q26 มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัว (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์) - ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: เงินบาทที่แข็งค่าในบางช่วงอาจกระทบต่อมาร์จิ้นของการส่งออก (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้) - อุปสงค์ในบางกลุ่มอาจชะลอตัว: ราคาขายที่สูงขึ้นตามภาษีนำเข้าและต้นทุนอาจทำให้ความต้องการสินค้าบางประเภทในสหรัฐฯ ลดลง (บล.เมย์แบงก์) |