| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 29-31 มี.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 28.00 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 24.00 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 27.00 | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 29.00 | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 27.50 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 27.25 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ถือ | 24.50 | สรุปปัจจัยบวก+ การควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ : การรวม Indovida India (บรรจุภัณฑ์ชนิดแข็ง) เข้ากับ EPL Limited (บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว) ช่วยสร้างแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์ที่ครบวงจรและแข็งแกร่งในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในอินเดียที่มีศักยภาพการเติบโตสูง (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ลิเบอเรเตอร์) + ยกระดับอัตรากำไร (Margin Improvement) : ธุรกิจของ EPL มี EBITDA margin สูงประมาณ 20% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของ IVL ที่อยู่ราว 8% จะช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรและลดความผันผวนของรายได้ในระยะยาว (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.ลิเบอเรเตอร์) + การลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) : โครงสร้างการควบรวมแบบแลกหุ้น (Share Swap) และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ ช่วยเพิ่มฐานทุนและลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) รวมถึงหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ให้ต่ำลง (บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้) + อานิสงส์จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ : ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก หนุนให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) โดยเฉพาะ Integrated PET ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมีนาคม 2026 (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ) + ความได้เปรียบด้านฐานการผลิต : IVL มีฐานการผลิตกระจายอยู่ทั่วโลกและเน้นการจัดหาวัตถุดิบในท้องถิ่น ทำให้มีความเสี่ยงจากสงครามจำกัด และสามารถขายสินค้าในราคาพรีเมียมได้ (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส) + แนวโน้มกำไรปี 2026 ฟื้นตัว : คาดการณ์กำไรสุทธิมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นบวกจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม PET และการปรับปรุงโครงสร้างภายใน (บล.ดาโอ, บล.ลิเบอเรเตอร์) + กำไรพิเศษจากการทำดีล : คาดว่าจะมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการประเมินมูลค่ากิจการใหม่ (Accounting Gain) ราว 450 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังดีลแล้วเสร็จ (บล.ลิเบอเรเตอร์) สรุปปัจจัยลบ- มูลค่าหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว : ราคาหุ้นในปัจจุบันอาจตอบรับข่าวดีเรื่องการฟื้นตัวของกำไรไปส่วนใหญ่แล้ว ทำให้ศักยภาพในการปรับตัวขึ้น (Upside) เริ่มจำกัดเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสม (บล.ทิสโก้) - ผลกระทบต่องบการเงินในระยะสั้นจำกัด : ในช่วงแรกของการควบรวมอาจยังไม่เห็นผลบวกต่อกำไรสุทธิอย่างชัดเจน และอาจลดลงเล็กน้อยตามสัดส่วนการถือหุ้นใหม่ก่อนที่จะเกิด Synergy ในอนาคต (บล.เอเซียพลัส) - ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน : หากมาร์จิ้นผลิตภัณฑ์อ่อนแอกว่าคาด หรือมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานนอกแผน อาจกระทบต่อประมาณการกำไร (บล.ทิสโก้) - ระยะเวลาการดำเนินงาน : ดีลการควบรวมต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 12 เดือน และยังมีความไม่แน่นอนจากการรออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้น (บล.ทรีนีตี้, บล.ลิเบอเรเตอร์)
|