เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังน้ำมันในฟูไจราห์ หลังเหตุโดรนโจมตี ขณะ UAE–ซาอุฯ เรียกร้องยุติความขัดแย้ง

รูป เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังน้ำมันในฟูไจราห์ หลังเหตุโดรนโจมตี ขณะ UAE–ซาอุฯ เรียกร้องยุติความขัดแย้ง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 16:29 น.

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เกิดเหตุโดรนโจมตีศูนย์กลางค้าน้ำมันในเมืองฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ในวันนี้ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนับเป็นการโจมตีครั้งที่สองในรอบไม่กี่วัน หลังเพิ่งเกิดเหตุโดรนโจมตีและไฟไหม้ในพื้นที่เดียวกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.)

สำนักงานสื่อของฟูไจราห์ระบุว่า “ทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของรัฐได้เข้าตอบสนองต่อเหตุการณ์ทันที และยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง”

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวสองรายระบุว่า การขนถ่ายน้ำมันจากเรือที่ศูนย์กลางน้ำมันแห่งนี้ถูกระงับชั่วคราวหลังเกิดการโจมตี โดยสถานีโทรทัศน์ CNBC ได้ติดต่อ ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของ UAE เพื่อขอความเห็น แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการโจมตีด้วยโดรนและเกิดเพลิงไหม้ที่ฟูไจราห์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของเส้นทางส่งออกน้ำมันเพียงแห่งเดียวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักมานับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Gulf News รายงานว่า ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงสถานการณ์ในภูมิภาค ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารที่ทวีความรุนแรงขึ้น และภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงและเสถียรภาพทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

การสนทนายังกล่าวถึงการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศเหล่านั้น และขัดต่อบรรทัดฐานระหว่างประเทศ

ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องยุติการยกระดับการเผชิญหน้าทางทหารโดยทันที เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก พร้อมย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการเจรจาอย่างจริงจังและใช้แนวทางทางการทูต เพื่อแก้ไขปัญหาในภูมิภาคโดยคำนึงถึงการรักษาความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค

ที่มา CNBC และ Gulf News



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju