ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,125 จุด รับความหวังยุติสงครามตะวันออกกลาง

รูป ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,125 จุด รับความหวังยุติสงครามตะวันออกกลาง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 เม.ย. 69 7:13: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกแรงในวันอังคาร (31 มี.ค.) ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน รวมถึงการที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน เผยว่า อิหร่านพร้อมยุติสงคราม

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,341.51 จุด เพิ่มขึ้น 1,125.37 จุด (+2.49%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,528.52 จุด เพิ่มขึ้น 184.80 จุด (+2.91%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 21,590.63 จุด เพิ่มขึ้น 795.99 จุด (+3.83%)

ดัชนีทั้งสามของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติปรับขึ้นมากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนตอบรับข่าวการพักรบในสงครามการค้าระหว่างกรุงวอชิงตันและปักกิ่ง

บรรยากาศการซื้อขายในวอลล์สตรีทได้แรงหนุนหลัง The Wall Street Journal รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับที่ปรึกษาว่า พร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้จะยังไม่สามารถกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งหมดก็ตาม

ขณะที่พีท เฮกเซ็ธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวระหว่างแถลงสถานการณ์สงครามว่า ช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นช่วงชี้ชะตาของสงครามอิหร่าน และเตือนว่าความขัดแย้งจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง

ต่อมา สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายอันโตนิโอ คอสต้า ประธานคณะมนตรียุโรป เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่า อิหร่านมีความมุ่งมั่นที่จะยุติสงครามครั้งนี้ พร้อมกับคาดหวังว่า ข้อเรียกร้องบางประการจะต้องได้รับการตอบสนองด้วยเช่นกัน

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหนึ่งเดือน ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปรับตัวลดลงรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงจะกระทบต่ออุปสงค์สินค้าและบริการ และอาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 3.6%, ดัชนี S&P 500 ลดลง 4.6% และแนสแดคลดลง 7.1% ในไตรมาสแรก

บิล นอร์ธีย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนจาก U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดทุนวันนี้มาจากความหวังว่าสถานการณ์จะมีทางออก หรือนำไปสู่การยุติความขัดแย้ง แม้จะยังมีรายละเอียดไม่มากนัก แต่ตลาดทุนกำลังมองหาสัญญาณบ่งชี้ถึงโอกาสที่พลังงานจะกลับมาไหลเวียนผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปกติ”

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยรายงาน JOLTS บ่งชี้ว่า จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครลดลง 358,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.882 ล้านตำแหน่ง ณ สิ้นเดือนก.พ. ต่ำกว่าผลสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ที่ 6.918 ล้านตำแหน่ง ขณะที่อัตราตำแหน่งงานว่างลดลงสู่ 4.2% จาก 4.4% ในเดือนม.ค.

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้นกลุ่มเมกะแคปปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น นำโดยหุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 5.6%, หุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 5.1% และ Meta Platforms พุ่งขึ้น 6.7%

- ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ PHLX พุ่งขึ้น 6.24% ปรับขึ้นแรงที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี

- ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 1.2% แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 10% ในเดือนมี.ค. ตามทิศทางราคาน้ำมัน

- หุ้น CoreWeave พุ่งขึ้น 12% หลังได้รับเงินกู้ 8,500 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนหุ้น Marvell Technology ทะยานขึ้น 12% หลัง Nvidia เข้าลงทุนในบริษัทเป็นมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์

- หุ้น Unilever ปิดร่วงลง 5.02% หลังตกลงแยกธุรกิจอาหารและควบรวมกับ McCormick ผ่านข้อตกลงเป็นเงินสดและหุ้น ขณะที่หุ้น McCormick ร่วงลง 6.1%

- หุ้น Constellation Energy ร่วงลง 6.5% หลังคาดการณ์กำไรปี 2026 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นไปอย่างหนาแน่น โดยมีการซื้อขายรวม 22,400 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 20,300 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันก่อนหน้า

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 6 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 8 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 37 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 154 ตัว

ที่มา Reuters



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju