Thai Stock News16 มี.ค. 2569 14:44 น.BC โชว์รายได้ปี 68 ทรงตัว 630.5 ลบ. Q4 ฟื้นแรงดัน EBITDA พลิกบวก ลุยโมเดล BOS – TPO โตต่อปี 69BC โชว์รายได้ปี 68 ทรงตัว 630.5 ลบ. Q4 ฟื้นแรงดัน EBITDA พลิกบวก ลุยโมเดล BOS – TPO โตต่อปี 69Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 14:44 น. BC โชว์รายได้ปี 68 ทรงตัว 630.5 ลบ. Q4 ฟื้นแรงดัน EBITDA พลิกบวก ลุยโมเดล BOS – TPO โตต่อปี 69บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 630.5 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน จากการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านการขายสินทรัพย์ผ่านโทเคนไนเซชัน (Tokenization) และได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการปิดปรับปรุงโครงการในภูเก็ต อย่างไรก็ดี ไตรมาส 4/2568 ฟื้นตัวเด่นด้วยอัตราการเข้าพักและ ADR ที่เพิ่มขึ้น ดัน EBITDA พลิกเป็นบวกเกือบ 20 ล้านบาท รับอานิสงส์ High Season และการรีแบรนด์โรงแรมในภูเก็ต กางแผนปี 2569 รุกกลยุทธ์ Asset-Light Strategy ในฐานะ Third Party Operator (TPO) เพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าบริหารที่มาร์จิ้นสูง ควบคู่เดินหน้าโมเดล Build–Operate–Sale (BOS) ตั้งเป้าจำหน่ายเงินลงทุน 2–3 โครงการ เสริมสภาพคล่องและแข็งแกร่งทางการเงิน อีกทั้งเพื่อยกระดับความสามารถทำกำไรในระยะยาวนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build–Operate–Sale” (BOS) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีรายได้รวม อยู่ที่ 630.5 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) ในไตรมาส 1/2568 ประกอบกับการรีโนเวทและรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ในช่วงไตรมาส 2–3/2568 ซึ่งเปิดดำเนินงานอย่างจำกัด ก่อนกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในชื่อ โรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมาส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 21.2 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 14.1 ล้านบาท ในปี 2567โดยภาพรวมธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้าเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะภายหลังการรีแบรนด์เป็น โรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ ส่งผลให้ ADR เดือนธันวาคม 2568 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 57.3% ในเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการยกระดับรายได้ แม้จะกลับมาเปิดให้บริการเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้นโดยในไตรมาส 4 ปี 2568 BC ให้บริการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รวม 10 โครงการ แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 6 โครงการ มีรายได้รวมระดับโครงการ 93.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ลดลงเล็กน้อยที่ 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่โครงการในต่างจังหวัด จำนวน 4 โครงการ มีรายได้รวมระดับโครงการ 91.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวในจังหวัดหลักที่แข็งแกร่งขึ้นในส่วนธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า ภายหลังการจำหน่ายเงินลงทุนอาคารสำนักงานโครงการซัมเมอร์ พ้อยท์ (Summer Point) บริษัทฯ ยังคงให้บริการบริหารโครงการดังกล่าวภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้อง ช่วยรักษาแหล่งรายได้ประจำต่อเนื่อง ด้านโครงการโคฟ ฮิลล์ (Cove Hill) สามารถสร้างรายได้ค่าเช่าในไตรมาส 4/2568 จำนวน 8.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 79.2% จาก 52.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสำเร็จในการเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ตามเป้าหมายที่วางไว้ด้านผลการดำเนินงานรวม EBITDA ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 19.9 ล้านบาท พลิกจากติดลบ 12.1 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้นจาก 16.8 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2567 จากการฟื้นตัวรายได้ของธุรกิจโรงแรม ควบคู่กับมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ดีในปี 2569 บริษัทฯ วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยต่อยอดจากการลงนามสัญญาแฟรนไชส์โรงแรมภายใต้เครือ Accor ครอบคลุมแบรนด์ Mövenpick, Mercure และ Handwritten Collection และยกระดับการให้บริการสู่การเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย โดยบริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าบริหาร ซึ่งใช้เงินลงทุนต่ำและให้มาร์จิ้นสูง ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์เดิม และบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตระดับสองหลัก พร้อมผลักดัน EBITDA ให้ขยายตัวตามการปรับดีขึ้นของอัตราการเข้าพักและ ADR สะท้อนทิศทางการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว“ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ จากการลงทุนและการยกระดับพอร์ตผ่านความร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมระดับสากลที่เริ่มดำเนินการในปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีแห่งการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะผลักดันการเติบโตทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ขณะเดียวกัน ด้านโมเดลธุรกิจ BOS บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ 2–3 โครงการตามมูลค่าและภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม เพื่อบริหารพอร์ตและหมุนเวียนเงินทุนสู่การลงทุนใหม่ ควบคู่การเร่งขยายบทบาทในธุรกิจ Third Party Operator (TPO) เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากค่าบริหาร สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล กล่าว efinAI
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 14:44 น. BC โชว์รายได้ปี 68 ทรงตัว 630.5 ลบ. Q4 ฟื้นแรงดัน EBITDA พลิกบวก ลุยโมเดล BOS – TPO โตต่อปี 69บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 630.5 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน จากการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านการขายสินทรัพย์ผ่านโทเคนไนเซชัน (Tokenization) และได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการปิดปรับปรุงโครงการในภูเก็ต อย่างไรก็ดี ไตรมาส 4/2568 ฟื้นตัวเด่นด้วยอัตราการเข้าพักและ ADR ที่เพิ่มขึ้น ดัน EBITDA พลิกเป็นบวกเกือบ 20 ล้านบาท รับอานิสงส์ High Season และการรีแบรนด์โรงแรมในภูเก็ต กางแผนปี 2569 รุกกลยุทธ์ Asset-Light Strategy ในฐานะ Third Party Operator (TPO) เพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าบริหารที่มาร์จิ้นสูง ควบคู่เดินหน้าโมเดล Build–Operate–Sale (BOS) ตั้งเป้าจำหน่ายเงินลงทุน 2–3 โครงการ เสริมสภาพคล่องและแข็งแกร่งทางการเงิน อีกทั้งเพื่อยกระดับความสามารถทำกำไรในระยะยาวนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build–Operate–Sale” (BOS) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีรายได้รวม อยู่ที่ 630.5 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) ในไตรมาส 1/2568 ประกอบกับการรีโนเวทและรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ในช่วงไตรมาส 2–3/2568 ซึ่งเปิดดำเนินงานอย่างจำกัด ก่อนกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในชื่อ โรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมาส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 21.2 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 14.1 ล้านบาท ในปี 2567โดยภาพรวมธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้าเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะภายหลังการรีแบรนด์เป็น โรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ ส่งผลให้ ADR เดือนธันวาคม 2568 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 57.3% ในเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการยกระดับรายได้ แม้จะกลับมาเปิดให้บริการเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้นโดยในไตรมาส 4 ปี 2568 BC ให้บริการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รวม 10 โครงการ แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 6 โครงการ มีรายได้รวมระดับโครงการ 93.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ลดลงเล็กน้อยที่ 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่โครงการในต่างจังหวัด จำนวน 4 โครงการ มีรายได้รวมระดับโครงการ 91.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวในจังหวัดหลักที่แข็งแกร่งขึ้นในส่วนธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า ภายหลังการจำหน่ายเงินลงทุนอาคารสำนักงานโครงการซัมเมอร์ พ้อยท์ (Summer Point) บริษัทฯ ยังคงให้บริการบริหารโครงการดังกล่าวภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้อง ช่วยรักษาแหล่งรายได้ประจำต่อเนื่อง ด้านโครงการโคฟ ฮิลล์ (Cove Hill) สามารถสร้างรายได้ค่าเช่าในไตรมาส 4/2568 จำนวน 8.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 79.2% จาก 52.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสำเร็จในการเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ตามเป้าหมายที่วางไว้ด้านผลการดำเนินงานรวม EBITDA ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 19.9 ล้านบาท พลิกจากติดลบ 12.1 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้นจาก 16.8 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2567 จากการฟื้นตัวรายได้ของธุรกิจโรงแรม ควบคู่กับมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ดีในปี 2569 บริษัทฯ วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยต่อยอดจากการลงนามสัญญาแฟรนไชส์โรงแรมภายใต้เครือ Accor ครอบคลุมแบรนด์ Mövenpick, Mercure และ Handwritten Collection และยกระดับการให้บริการสู่การเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย โดยบริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าบริหาร ซึ่งใช้เงินลงทุนต่ำและให้มาร์จิ้นสูง ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์เดิม และบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตระดับสองหลัก พร้อมผลักดัน EBITDA ให้ขยายตัวตามการปรับดีขึ้นของอัตราการเข้าพักและ ADR สะท้อนทิศทางการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว“ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ จากการลงทุนและการยกระดับพอร์ตผ่านความร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมระดับสากลที่เริ่มดำเนินการในปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีแห่งการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะผลักดันการเติบโตทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ขณะเดียวกัน ด้านโมเดลธุรกิจ BOS บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ 2–3 โครงการตามมูลค่าและภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม เพื่อบริหารพอร์ตและหมุนเวียนเงินทุนสู่การลงทุนใหม่ ควบคู่การเร่งขยายบทบาทในธุรกิจ Third Party Operator (TPO) เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากค่าบริหาร สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล กล่าว