A5 ตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะ 1.6 พันลบ. - ยอดขาย 1.7 พันลบ. ทุ่มงบลงทุน 300 ลบ. รุกธุรกิจใหม่

รูป A5 ตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะ 1.6 พันลบ. - ยอดขาย 1.7 พันลบ. ทุ่มงบลงทุน 300 ลบ. รุกธุรกิจใหม่

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 12:00 น.

A5 ตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะระดับ 1.6 พันลบ. และยอดขาย 1.7 พันลบ. หลังทยอยรับรู้ Backlog รวมมูลค่า 967 ลบ.ในปีนี้ ทุ่มงบลงทุน 200-300 ล้านบาท รุก 2 ธุรกิจใหม่ด้านสุขภาพและเทคโนโลยีฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนา 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,140 ลบ. ภายในปี 70-72

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยถึงภาพรวมผลประกอบการปี 68 และแนวโน้มธุรกิจปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

แนวโน้มธุรกิจปี 69


- ตั้งเป้ารายได้รวมแตะระดับ 1,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,317 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 90% และมาจากกลุ่มธุรกิจใหม่ (ธุรกิจด้านการออกแบบ และธุรกิจบริการ) 10% หรือประมาณ 160 ล้านบาท

- วางเป้าหมายยอดขาย (Presale) ที่ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 1,550 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทไม่มีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่จะเน้นระบายสินค้าคงเหลือขาย (Inventory) โดยล่าสุดบริษัทยังมี Inventory มูลค่ารวมประมาณ 1,800 ล้านบาท รองรับยอดขายและรายได้อย่างต่อเนื่อง

- ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) รวมมูลค่า 967 ล้านบาท จากโครงการ แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7, โครงการ วนา ราชพฤกษ์-เวสต์วิลล์, โครงการ แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา และโครงการรชยา ซึ่งคาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/69 เป็นต้นไป และจะรับรู้ทั้งหมดภายในปี 69

- แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 จะเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.พ.69) เติบโตสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้

- ใช้งบลงทุนปีนี้ประมาณ 200-300 ล้านบาท ลงทุนในกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ หรือ Hospitality และมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจเทค (Technology Business/Tech Company) แต่จะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 70

- คาดในช่วง 2-3 ปีจากนี้ กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ (ธุรกิจด้านการออกแบบ, ธุรกิจบริการ, ด้านสุขภาพ หรือ Hospitality และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี) จะมีสัดส่วนรายได้ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาท


กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

- มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าการขยายขนาดธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Scaling the Core, Shaping the Future” โดยต่อยอดธุรกิจหลักควบคู่กับการขยายธุรกิจใหม่ผ่านแนวคิด 5-Pillar Expansion Strategy ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ, 2.A5 Design ธุรกิจด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของบริษัท, 3.Upper Class Solution ธุรกิจบริการและโซลูชันสำหรับลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง

- มีแผนลงทุนอีก 2 ธุรกิจใหม่ในปีนี้ เพื่อกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) รองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมเสริมความมั่นคงของกระแสเงินสดและฐานะการเงิน โดยคาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนในระยะต่อไป

- บริษัทมีแผน Spin-off 2 ธุรกิจใหม่ๆ ได้แก่ A5 Design และ Upper Class Solution เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้

- ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในปี 2569 ยังคงมีดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าระดับบน แม้ว่าการแข่งขันในตลาดจะมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว

- ตั้งเป้าพัฒนาโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,140 ล้านบาท ภายในปี 70-72 ในทำเลศักยภาพ อาทิ กรุงเทพกรีฑา ราชพฤกษ์ พัฒนาการ และรามอินทรา–วัชรพล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดบ้านระดับลักชัวรี และขยายศักยภาพธุรกิจของบริษัทในระยะยาว


“บริษัทต้องการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่พึ่งพารายได้จากธุรกิจเพียงช่องทางเดียว แต่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ระบบธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงการดูแลประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าในระยะยาว และเราจะลงทุนในธุรกิจที่จะสร้างรายได้ประจำ เช่น ในกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ หรือ Hospitality และมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจเทคโลโลยี (Technology Business/Tech Company)” นายศุภโชค กล่าว



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย