| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 96.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.1% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 107.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเกือบ 4 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ราคาน้ำมันดิบโลกปิดพุ่งขึ้น 4% ในวันพุธ (18 มี.ค.) หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (IRGC) ของอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีแหล่งก๊าซพาร์ส ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 109.95 ดอลลาร์ในระหว่างวัน และยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์เป็นวันที่สองติดต่อกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ -อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ลดช่วงบวกลงเกือบทั้งหมดหลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 99.41 ดอลลาร์ โดยส่วนต่างของราคาน้ำมันดิบทั้งสองสัญญายังกว้างที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2019 *** ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวลดลง หลังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลง 2.4% ก่อนการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงิน ขณะที่ดัชนีหุ้นเอเชียโดยรวมปรับลดลงมากกว่า 1.3% จากนักลงทุนลดความเสี่ยง *** ราคาทองคำทรงตัวหลังจากร่วงลงเกือบ 4% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ เตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่พุ่งสูงอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,835 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้านี้ หลังปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่หก ซึ่งเป็นช่วงขาลงยาวที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2024 โดยราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 4,835.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07.07 น. ตามเวลาสิงคโปร์ *** ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุดไว้ที่ 3.50-3.75% และมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ โดยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัว ด้านเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวมีความไม่แน่นอนสูงเป็นพิเศษ โดยผู้กำหนดนโยบายกำลังประเมินผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง *** กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี สูงสุดในรอบหนึ่งปี และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 2.9% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ค่าขนส่งและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้น 0.5% คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของการปรับขึ้นรายเดือนของดัชนี PPI โดยก่อนหน้านี้เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนม.ค. และเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม *** กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยื่นเรื่องต่อทำเนียบขาว เพื่อขออนุมัติงบประมาณมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ต่อสภาคองเกรส สำหรับใช้สนับสนุนสงครามในอิหร่าน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล *** ทางการเลบานอนเปิดเผยว่า อิสราเอลยังคงระดมโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และอาคารสูง 10 ชั้นใกล้ใจกลางเมืองถูกทำลาย ขณะที่การทำสงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 *** อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในแหล่งก๊าซขนาดใหญ่เซาท์พาร์สในวันพุธ นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งสำคัญในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศจะโจมตีเป้าหมายแหล่งน้ำมันและก๊าซทั่วภูมิภาคอ่าวอาหรับ พร้อมยิงขีปนาวุธใส่กาตาร์และซาอุดีอาระเบีย *** QatarEnergy บริษัทพลังงานแห่งชาติของกาตาร์ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านต่อเมืองราส ลาฟฟาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งหลักของประเทศ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สั่งปิดโรงงานก๊าซหลังสามารถสกัดขีปนาวุธได้ในช่วงเช้าวันนี้ การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังอิหร่านออกคำเตือนให้อพยพจากสถานที่ด้านพลังงานหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ เพื่อเตรียมการตอบโต้ภายหลังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตนในพื้นที่เซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ *** สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คัดค้านการโจมตีเพิ่มเติมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ภายหลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิสราเอล *** รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า กำลังเพิ่มความช่วยเหลือแก่ประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ที่กำลังเผชิญการโจมตีจากอิหร่าน พร้อมประกาศแผนจัดซื้อขีปนาวุธเพิ่มเติมเพื่อเสริมการป้องกันในภูมิภาค ทั้งนี้ เครื่องบินรบและกำลังทหารของสหราชอาณาจักรได้ช่วยสกัดโดรนของอิหร่านแล้ว ขณะที่เรือรบลำหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้รัฐบาลจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถส่งกำลังดังกล่าวได้เร็วกว่านี้ *** ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตรการผ่อนผันกฎหมายการขนส่งทางเรือ Jones Act เป็นเวลา 60 วัน เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมันท่ามกลางสงครามอิหร่าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า การระงับกฎหมายดังกล่าวเป็นการชั่วคราวจะช่วยให้ทรัพยากรสำคัญ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย และถ่านหิน สามารถขนส่งเข้าสู่ท่าเรือของสหรัฐฯ ได้อย่างคล่องตัวเป็นเวลา 60 วัน *** นักลงทุนให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นว่าอัตราดอกเบี้ยของจีนมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อย โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) อาจเลือกใช้มาตรการเฉพาะจุด แทนการผ่อนคลายนโยบายในวงกว้าง โดย PBOC จะประกาศอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันพรุ่งนี้ ตลาดอัตราดอกเบี้ยของจีนส่งสัญญาณลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ และความกังวลต่อราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน ขณะที่อัตรา Swap ดอกเบี้ยในประเทศฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน หลังเศรษฐกิจจีนขยายตัวดีกว่าคาดในช่วงต้นปี 2026 *** นักลงทุนจับตาความเสี่ยงที่เงินเยนอาจอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ และแรงกดดันต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น ก่อนการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันนี้ เงินเยนอ่อนค่าลงมากถึง 0.6% แตะระดับ 159.90 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2024 หลังเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจนกว่าเงินเฟ้อจะกลับมาชะลอลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากการโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง *** Micron Technology รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 อยู่ที่ 23,860 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 20,070 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ที่ 33,500 ล้านดอลลาร์ บวกลบ 750 ล้านดอลลาร์ เทียบกับค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 24,290 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากความต้องการชิปสำหรับอุปกรณ์ AI ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังประกาศแผนลงทุนกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบการเงินปัจุบัน และอาจสูงขึ้นอีกในปี 2027 แม้จะประกาศผลประกอบการรายไตรมาสสูงกว่าคาด |