SIRI ปิดยอดขาย Q1/69 ทะลุเป้า 13,300 ลบ. ลุยต่อ Q2 อีก 7 โครงการ

รูป SIRI ปิดยอดขาย Q1/69 ทะลุเป้า 13,300 ลบ. ลุยต่อ Q2 อีก 7 โครงการ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 มี.ค. 69 12:00 น.

SIRI เผย Q1/69 ปิดยอดขายทะลุเป้า 13,300 ลบ. คิดเป็น 28% จากเป้าทั้งปี พร้อมเดินหน้า Q2/69 ล็อกต้นทุน เปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่า 15,900 ลบ. พร้อมโชว์ Backlog (ยอดขายรอโอน) สูงกว่า 24,000 ล้านบาท คาดว่ารับรู้เป็นรายได้ปีนี้ 50%

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ยอดขายไตรมาสแรกของปีอยู่ที่ 13,300 ล้านบาท คิดเป็น 28% ของเป้าทั้งปี ทะลุเป้าตามแผนที่วางไว้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

- ได้แรงหนุนจากการตอบรับในกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนในโครงการเปิดใหม่ อาทิ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา, เลิฟ เจริญนคร, นาราสิริ บรมราชชนนี และการเข้าร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโดที่สร้างยอดทะลุเป้า 2,000 ล้านบาท ภายใน 4 วัน นอกจากยอดขายที่เติบโตโดดเด่นแล้ว บริษัทยังมี Backlog (ยอดขายรอโอน) สูงกว่า 24,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ได้ถึงราว 50%

- กลุ่มคอนโดมิเนียมได้รับการตอบรับดี ขณะที่แนวราบกลุ่ม Premium ทำยอดขายได้ดี แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่สูง โดยแสนสิริยังครองความเป็นผู้นำในกลุ่มลักชัวรี และซูเปอร์ลักชัวรี โดยเฉพาะแบรนด์นาราสิริ อย่างนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา (Narasiri Victoire Krungthep Kreetha) และนาราสิริ บรมราชชนนี (Narasiri B​o​r​o​m​m​a​r​a​t​c​h​a​c​h​o​n​n​a​n​i) ที่ปิดการขายเฟสแรกทันทีในรอบพรีเซล กวาดยอดขายรวมกว่า 1,500 ล้านบาท

- ถัดมาคือความสำเร็จจาก Strategic Location ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น รวมถึงตลาดฝั่ง EEC โซนภาคตะวันออก อาทิ พัทยา บางแสน ที่โดดเด่นมากคือภูเก็ตเติบโตแข็งแกร่งจากเรียลดีมานด์ และกลุ่มนักลงทุนที่มองหายีลด์สูง โดยมีไฮไลต์อย่างรีอา บาย แสนสิริ (RHEA by Sansiri) คอนโดมิเนียมใหม่ใกล้หาดสุรินทร์ มียอดขายต่อเนื่องกว่า 80% แล้ว

- แนวราบอย่างสราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต (Saransiri Kohkaew Retreat) ที่มีกลุ่มนักลงทุนสัดส่วนถึง 90% ปล่อยเช่าให้ครอบครัวนักเรียนนานาชาติ ขณะที่ อณาสิริ ป่าคลอก (Anasiri Paklok) ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติทั้งจีน รัสเซีย และนิวซีแลนด์ ส่วนเชียงใหม่ยังคงเป็น Top Destination ของ Digital Nomad ระดับโลก ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เติบโตต่อเนื่อง โดยอณาสิริ พายัพ (Anasiri Payap) ปิดการขายไปแล้วกว่า 90% และเศรษฐสิริ รวมโชค (Setthasiri Ruamchok) ที่รองรับครอบครัว Expat และนักลงทุนในโซน CBD ใหม่ของเชียงใหม่

- แบรนด์ใหม่อย่าง เลิฟ เจริญนคร (Love Charoen Nakhon) ทำยอดขายไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาทในช่วงพรีเซล และอณาสิริ (Anasiri) ที่ได้มีการทำ Brand Refresh บ้านหลังแรกที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ กวาดยอดขาย 2 โครงการใหม่ (อณาสิริ พระราม 5 - สิรินธร และอณาสิริ ศรีนครินทร์ - แพรกษา 2) ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์เศรษฐสิริมียอดขายที่ดีในทำเลศักยภาพอย่างดอนเมือง, บางนา, ราชพฤกษ์ และรามอินทรา

- ไตรมาส 2/69 แสนสิริวางแผนเปิดตัว 7 โครงการใหม่ (แนวราบ 3 โครงการ คอนโดมิเนียม 4 โครงการ) มูลค่ารวม 15,900 ล้านบาท เน้นสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ในแต่ละเซ็กเมนต์ ประกอบไปด้วย

- แนวราบ ได้แก่ เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ (Setthasiri Great Wongwaen Chatuchot) บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่โซนวัชรพล-รามอินทรา บนที่ดิน 100 ตร.ว. ขึ้นไป เมเบิล ประชาอุทิศ 90 (Mabel Prachauthit 90) แบรนด์บ้านเดี่ยวใหม่ล่าสุด ราคาเริ่มต้นเพียง 5 ล้านบาท บูก้าน วอยย์ กรุงเทพกรีฑา (Bugaan Voyy Krungthep Kreetha) หนึ่งใน Sansiri Luxury Collection ที่กระแสดีแม้ยังไม่เปิดโครงการ

- คอนโดมิเนียม เตรียมส่งโครงการระดับไอคอนิกอย่าง เอ็กซ์ที เทน เอกมัย (XT 10 Ekkamai), เวีย 34 (Via 34), เวย์ พระราม9 (Vay Rama 9) และดีคอนโด วีเต (Dcondo Vite) เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในทุกเซ็กเมนต์และทุกระดับราคา นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในไตรมาส 2 ได้แก่ เวีย 61 (Via 61), เดอะ เบส เชิงทะเล (THE BASE Cherngtalay) และเดอะ เบส ศรีจันทร์ - ขอนแก่น (THE BASE Srichan Khonkaen)

“และที่สำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของราคาต้นทุนการก่อสร้าง แสนสิริใช้ความเชี่ยวชาญและกลยุทธ์ Speed to Market ล็อกราคาวัสดุก่อสร้างที่สำคัญล่วงหน้าไว้แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการเปิดโครงการใหม่ แม้ปัจจัยภายนอกอย่างราคาพลังงานโลกที่เป็นต้นทุนหลักในการขนส่งจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเรามั่นใจว่าต้นทุนดำเนินงานรวมในช่วง 4-6 เดือนข้างหน้าจะยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้” นายวิชาญ กล่าว

- ปี 2569 นี้ แสนสิริประกาศแผนธุรกิจเดินหน้าเปิด 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ด้วยที่ดินที่รองรับไว้แล้ว 100% และตั้งเป้ายอดขาย 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่าในด้านคุณภาพโครงการ, ดีไซน์, บริการหลังการขาย และความไวในการจับเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้แสนสิริสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงถึง 9-10% ซึ่งถือเป็นแมกเน็ตสำคัญสำหรับนักลงทุน



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย