ดาวโจนส์ปิดร่วง 768 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-กังวลสงครามอิหร่านกดดันเศรษฐกิจ

รูป ดาวโจนส์ปิดร่วง 768 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-กังวลสงครามอิหร่านกดดันเศรษฐกิจ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มี.ค. 69 6:08: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงในวันพุธ (18 มี.ค.) หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ขณะที่ประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและสงครามอิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด (-1.63%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด (-1.36%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,152.42 จุด ลดลง 327.11 จุด (-1.46%)

ดัชนี S&P 500 ปิดต่ำสุดในรอบเกือบสี่เดือน และลดลงประมาณ 3% ในปีนี้

ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75%และคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ โดยไม่มีการส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาแน่นอน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องหลังจากที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงข่าวหลังการประชุมและย้ำถึงความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอันเป็นผลจากสงคราม

ไมเคิล โรเซน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัท Angeles Investments กล่าวว่า “การที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายและเศรษฐกิจเติบโตสูงกว่าแนวโน้ม ทั้งยังมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับแนวโน้มของสงครามอิหร่าน จึงไม่มีเหตุผลที่จะลดอัตราดอกเบี้ย”

นักวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า “แต่ความท้าทายใหญ่สำหรับเฟด ซึ่งยิ่งซับซ้อนขึ้นจากภาวะสงคราม คือการบาลานซ์ภารกิจทั้งสองด้านคือ การรักษาการจ้างงานเต็มศักยภาพ พร้อมเงินเฟ้อที่ต่ำและมีเสถียรภาพ หากสงครามยืดเยื้อและราคาน้ำมันยังสูง จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่การผ่อนคลายนโยบายการเงินจะเป็นความผิดพลาดเพราะจะยิ่งกระตุ้นเงินเฟ้อ”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 2.9% และมีความเสี่ยงที่ราคาจะเร่งตัวขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งทำให้ค่าขนส่งและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น ใกล้แตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่สำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า แหล่งผลิตน้ำมันในพื้นที่เซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ของอิหร่านถูกโจมตี

ภาพรวมหุ้นรายตัว

- หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ลดลง นำโดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 2.44% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งลดลง 2.32%

- หุ้น AMD เพิ่มขึ้น 1.6% หลังบรรลุข้อตกลงกับ Samsung Electronics เพื่อขยายความร่วมมือด้านการจัดหาชิปหน่วยความจำสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI

- หุ้น Nvidia ลดลง 0.8% หลังจีนอนุมัติให้ขายชิป AI รุ่น H200 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับสองในจีนได้

- หุ้น Micron Technology ปิดบวก 0.01% แต่ร่วงลงประมาณ 5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ เนื่องแผนใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบการเงินปัจุบัน ซึ่งบริษัทยังระบุว่าอาจสูงขึ้นอีกในปี 2027 แม้จะประกาศผลประกอบการรายไตรมาสสูงกว่าคาด เนื่องจากความต้องการชิปที่ใช้ในอุปกรณ์ AI เพิ่มขึ้น

- หุ้น Apollo Global Management เพิ่มขึ้น 2.1% ฟื้นตัวหลังจากร่วงแรงเมื่อสัปดาห์ก่อนเนื่องจากความกังวลเรื่องคุณภาพสินเชื่อภาคเอกชน

- หุ้น Lululemon พุ่งขึ้น 3.8% หลังประกาศผลประกอบการรายไตรมาส ขณะที่ ชิป วิลสัน ผู้ก่อตั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการต่อสู้กับบริษัท ระบุว่าการที่เดวิด มัสซาเฟอร์ กรรมการอาวุโส ตัดสินใจออกจากบอร์ดเป็นสิ่งที่เหมาะสม พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงบอร์ด

- หุ้น Macy's พุ่งขึ้น 4.7% หลังคาดว่าผลกระทบจากภาษีจะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีและกำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่คาด

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างเบา อยู่ที่ 19,400 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ 19,800 ล้านหุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ จำนวน 17 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 15 ตัว โดยมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 5.2 ต่อ 1 หุ้น ส่วนดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 42 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 218 ตัว

ที่มา Reuters



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju