KGI มองหุ้นโรงแรมยังโตสวนสงคราม คาดกำไรปี 69 ขยายตัว 8% ชูหุ้นเด่น MINT- ERW

รูป KGI มองหุ้นโรงแรมยังโตสวนสงคราม คาดกำไรปี 69 ขยายตัว 8% ชูหุ้นเด่น MINT- ERW

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 เม.ย. 69 9:55: น.


บล.เคจีไอ มองกลุ่มโรงแรมไทยยังเติบโต แม้เผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระทบนักท่องเที่ยวระยะไกล โดยเฉพาะยุโรปและตะวันออกกลาง คาดช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าเป็นจังหวะปรับฐาน ก่อนฟื้นตัวปลายปี คงมุมมองบวกต่อกำไรปี 69 คาดเติบโต 8% รับการฟื้นตัวโรงแรมในประเทศ แนะนำ MINT- ERW เป็นหุ้นเด่น


บทวิเคราะห์จากบล.เคจีไอ เปิดเผยถึงทิศทางหุ้นในกลุ่มโรงแรม โดยมองว่ายังเติบโตได้ แม้เผชิญแรงกดดันจากสงคราม โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


สงครามตะวันออกกลางกระทบไม่เท่ากันในแต่ละบริษัท โดยคาดว่ากลุ่มโรงแรมในปี 69 จะเผชิญสถานการณ์คล้ายปี 68 แต่แรงชะลอครั้งนี้จะมาจาก นักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) เป็นหลัก โดยเฉพาะยุโรป (25%) และตะวันออกกลาง (2%) ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค


ในกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อ 3-6 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเหลือ 28-31 ล้านคน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเดินทางข้ามทวีป มาเป็นการเดินทางในภูมิภาค (Regional) และในประเทศ (Domestic) มากขึ้น


โดยธุรกิจกลุ่มโรงแรมในช่วงไตรมาส 1/69 ยังแข็งแกร่ง แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอในไตรมาส 2/69 ซึ่งเดือนมีนาคม RevPAR และยอดจองยังแทบไม่โดนผลกระทบคาด RevPAR โตในกรอบ -2% ถึง +10% YoY แต่ช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นไปเริ่มเห็น การจองล่วงหน้าชะลอตัวชัดเจนโดยเฉพาะ ไทย และมัลดีฟส์ (พึ่งพาลูกค้ายุโรป/ตะวันออกกลางสูง)


อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานต่ำจากปีก่อนยังคาดว่าไตรมาส 2/69 ยังเติบโตได้ โดยมองหุ้นแต่ละตัวมีรายละเอียดดังนี้


AWC: +12% (จากโรงแรมเปิดใหม่)
ERW: โตเลขหลักเดียวระดับต่ำ-กลาง (ได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีน 15%)
MINT: โตเลขหลักเดียว (ได้อานิสงส์ยุโรปฟื้น + regional travel แข็งแรง)
SHR: โตเลขหลักเดียว (ปรับพอร์ตสินทรัพย์)
CENTEL: แย่สุดในกลุ่ม คาด RevPAR ลดลงเลขหลักเดียว (พึ่งยุโรป/ตะวันออกกลางสูง)


คาดว่ากลุ่มโรงแรมจะยังคงมีการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 69-70 โดยคาดการณ์กำไรหลักรวมอยู่ที่ 16,200 ล้านบาท (+8% เมื่อเทียบกับปีก่อน) และ 17,700 ล้านบาท (+9% เมื่อเทียบกับปีก่อน) การเติบโตน่าจะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของโรงแรมในประเทศไทยจากภาวะชะลอตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนในปีที่แล้ว ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยประมาณ 2% ควบคู่ไปกับ


การสนับสนุนจากการเปิดโรงแรมใหม่ เราคาดว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของปี 69 ก่อนที่จะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 69 เป็นต้นไป


ปรับลดอันดับภาคโรงแรมจาก Overweight เป็น Neutral เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยเรามองว่า 3-6 เดือนข้างหน้าเป็นช่วงปรับตัว โดยคาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวในช่วงปลายปี และกำไรของภาคส่วนจะยังคงเติบโตในเชิงบวก


ราคาหุ้นของหุ้นในภาคโรงแรมลดลง 10-18% และปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า -1SD EV/EBITDA


หุ้นที่แนะนำคือ MINT (เป้า 28.50 บาท) และ ERW (เป้า 3.20 บาท) ทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าในภูมิภาคสูง ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ราคาหุ้น2ตัวดังกล่าว ยังซื้อขายอยู่ที่ 7-8 เท่าของ EV/EBITDA


สำหรับปี 69 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภาคส่วนที่ 10 เท่า ภาคโรงแรมมักฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเวลาที่อ่อนแอ ในปี 68 ราคาหุ้นในภาคส่วนนี้ปรับตัวสูงขึ้น 30-50% หลังจากแตะจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายน เราคาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย