2 สมาคมเอทานอลฯ ขานรับนโยบายรัฐ พร้อมป้อนตลาด 7 ล้านลิตร/วัน ผลิต E20 ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

รูป 2 สมาคมเอทานอลฯ ขานรับนโยบายรัฐ พร้อมป้อนตลาด 7 ล้านลิตร/วัน ผลิต E20 ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มี.ค. 69 12:15 น.

สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ร่วมกับสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง ขานรับนโยบายภาครัฐ ดัน ‘E20’ เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ หนุนความต้องการใช้เอทานอลจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เปิดเผยว่า การยกระดับ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศ เพราะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ และสร้างเสถียรภาพด้านราคาเชื้อเพลิง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

- เป็นการต่อยอดศักยภาพวัตถุดิบการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอ้อยและกากน้ำตาลจากอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงมันสำปะหลัง ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในรูปแบบพลังงานชีวภาพ “ในสภาวะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนสูง

- กลไกของ E20 จะช่วยสร้างจุดสมดุลให้กับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ เนื่องจากเอทานอลเป็นพลังงานที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งมีต้นทุนที่เสถียรกว่า ช่วยลดแรงกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาคขนส่งได้อย่างยั่งยืน


- ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 11 ล้านไร่ ผลผลิตอ้อยราว 90 ล้านตันต่อปี และผลิตน้ำตาลได้ประมาณ 10 ล้านตันต่อปี สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการผลิตที่สามารถต่อยอดสู่พลังงานชีวภาพ

- อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของ GDP ภาคเกษตร หรือราว 1.2 แสนล้านบาท จึงถือเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบพลังงาน และกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงพลังงานของประเทศควบคู่กัน และสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ภาคเกษตรทั้งชาวไร่อ้อยและไร่มันในวงกว้าง

อุตสาหกรรมเอทานอลพร้อมการผลิต รองรับนโยบาย E20

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง กล่าวว่า อุตสาหกรรมเอทานอลจากมันสำปะหลังของประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการผลิตเพื่อรองรับนโยบาย E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน

ความแข็งแกร่งนี้สะท้อนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่

1.ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีวัตถุดิบภายในประเทศที่เพียงพอรองรับกับแผนสร้างความมั่นคงพลังงานของภาครัฐ

2.ศักยภาพการผลิตและเทคโนโลยีของโรงงานเอทานอล ที่สามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ทันที ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

3.การยกระดับห่วงโซ่อุปทานมันสำปะหลังของประเทศ สู่การเป็นพืชพลังงานยุทธศาสตร์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพราคา และรายได้ให้เกษตรกร

- ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตเอทานอลรวมสูงสุดประมาณ 7.2 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ทันทีและยังมีกำลังการผลิตสำรองอีกกว่า 50–60%

- หากภาครัฐมีการส่งเสริมการใช้ E20 อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้ความต้องการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมเอทานอลเพิ่มขึ้นประมาณ 6 ล้านตันต่อปี

- โครงสร้างการใช้ผลผลิตในปัจจุบันกว่า 90% ยังอยู่ในอุตสาหกรรมแป้งและมันเส้น และมีเพียงประมาณ 10% ที่เข้าสู่อุตสาหกรรมเอทานอล ส่งผลให้ปริมาณมันสำปะหลังที่เข้าสู่โรงงานเอทานอลในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2–3 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ


- อุตสาหกรรมเอทานอลไทยมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการวัตถุดิบ โรงงานจำนวนมากเป็นโรงงานไฮบริดที่สามารถใช้ทั้งมันสำปะหลังและกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบทดแทนกันได้ และได้มีการปรับตัวด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้าน Supply ที่เปลี่ยนแปลง

" ทั้งสองสมาคมเห็นตรงกันว่า การกำหนดให้ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานโลก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานชีวภาพในภูมิภาคในอนาคต"



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย