| เศรษฐกิจของญี่ปุ่นไตรมาส 4 ปี 2025 ขยายตัว 1.3% ในอัตราต่อปี รับอานิสงส์จากการลงทุนที่แข็งแกร่งในภาคเอกชน ขณะที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ผลักดันให้มีการใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ การใช้จ่ายด้านการลงทุนของภาคเอกชนยังแข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยการลงทุนภาคธุรกิจปรับขึ้นเป็นขยายตัว 1.3% จากเดิมอยู่ที่เพียง 0.2% การปรับเพิ่มตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 4 ของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในช่วงที่แนวโน้มกิจกรรมทางธุรกิจกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและการอ่อนค่าของเงินเยนอาจเพิ่มภาระต่อเศรษฐกิจเนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิพิจารณาเพิ่มมาตรการกระตุ้นทางการคลัง ทาโร ไซโตะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของ NLI Research Institute กล่าวว่า แม้อุปสงค์จากต่างประเทศยังคงซบเซา แต่การบริโภคและการใช้จ่ายด้านทุนยังแข็งแกร่ง ซึ่งยืนยันว่าการเติบโตยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งยังคาดว่าแนวโน้มการเติบโตดังกล่าวจะต่อเนื่องมาถึงไตรมาสปัจจุบัน แต่ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงจะปรากฏชัดในไตรมาสที่สอง และอาจกดดันการบริโภค นอกจากผลกระทบต่อครัวเรือนแล้ว ปัจจัยจากต่างประเทศยังอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลายด้าน โดยญี่ปุ่นกำลังพยายามรักษาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อเดือนก.พ. ขณะเดียวกัน แรงกดดันให้บริษัทญี่ปุ่นเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อาจทำให้การลงทุนภายในประเทศลดลง นอกจากนี้ จีนยังเพิ่มมาตรการตอบโต้ หลังจากทาคาอิจิแสดงความเห็นเกี่ยวกับไต้หวัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจ หลายฝ่ายคาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังคงนโยบายการเงินในการประชุมวันที่ 19 มี.ค. ขณะที่ตลาด Overnight Index Swap ให้น้ำหนักที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนเม.ย. มีมากกว่า 50% ด้าน Bloomberg Economics ระบุว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเพิ่มภาระค่าครองชีพของครัวเรือนและบีบกำไรของภาคธุรกิจ ซึ่งหากมองเฉพาะส่วนนี้ นั่นคือปัจจัยที่สนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังเสี่ยงกระตุ้นเงินเฟ้อและทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น จึงคาดว่า BOJ อาจให้ความสำคัญกับความเสี่ยงดังกล่าวและปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนเม.ย. รายงานอีกฉบับจากกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่วันนี้ (10 มี.ค.) เช่นกัน ระบุว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่ปรับตามเงินเฟ้อในเดือนม.ค. ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.4% โดยการใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและการศึกษาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขลดลง ก่อนเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิมีแผนเสนอสิทธิประโยชน์แก่ภาคธุรกิจผ่านมาตรการใช้จ่ายเชิงรุก เพื่อกระตุ้นให้บริษัทญี่ปุ่นเพิ่มการลงทุนภายในประเทศ พร้อมทั้งเตรียมออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดภาระเงินเฟ้อของครัวเรือน โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอกล่าวว่ากำลังพิจารณามาตรการใหม่เกี่ยวกับราคาน้ำมันเบนซิน ที่มา Bloomberg |