บล. วีบูลล์ ยืนยันทำธุรกิจโปร่งใสตามเกณฑ์ ก.ล.ต. หลังถูกพาดพิงคดีฟอกเงิน เผยตรวจพบบัญชีม้าสัดส่วนต่ำ 40-50 บัญชี พร้อมอัปเกรดระบบ KYC - AI คุมเข้มธุรกรรมทุกขั้น พร้อมดัน AUM ปี 69 แตะ 4 หมื่นลบ. มองหุ้นไทยกลุ่มปันผลสูงยังน่าสนใจ นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เปิดเผยในงานแถลงข่าวภายใต้หัวข้อ ‘แผนของวีบูลล์ในการร่วมป้องกันและปราบปรามขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ’ จากก่อนหน้านี้ที่มีประเด็นถูกพาดพิงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน โดยบริษัทฯ ยืนยันการดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและหลักเกณฑ์กำกับดูแล ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และให้ความร่วมมือกับกรมตำรวจสอบสวนกลาง โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ช่วงปี 68 กรมตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)ได้ทลายขบวนการ ฟอกเงิน-ฟอกคน และแจ้งกับ Webull Thailand ว่า พบมีลูกค้าบัญชีม้าของธนาคาร มีการทำธุรกรรมเงินโอนเข้ามาบัญชีของ บล.วีบูลล์ ซึ่งทีมงานบริษัทฯ ได้ตรวจสอบและให้ความร่วมมือกับทางการ เพื่อส่งมอบข้อมูลให้ พบมีบัญชีม้าที่เปิดกับ วีบูลล์ ประมาณ 40 - 50 บัญชี จากบัญชีทั้งหมดของ วีบูลล์ ประมาณ 2 แสนบัญชี - ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้มงวดกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อคุ้มครองนักลงทุนและระบบตลาดทุนไทย และไม่พบปัญหาหรือพฤติกรรมดังกล่าวอีก โดยบริษัทฯ มีหน้าที่ในการรายงานไปยัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) - มองสาเหตุที่ตกเป็นเป้าเนื่องจาก "ระบบการถอนเงิน" ที่สะดวกรวดเร็ว โดยที่บริษัทได้เพิ่มขีดความสามารถของระบบงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะเข้ามาใช้งาน หลังจากมีความร่วมมือกับตำรวจเมื่อช่วงปลายปี 68 เพื่อเดินหน้าขยายตลาดการลงทุนภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองนักลงทุนและระบบตลาดทุนไทย "บัญชีม้า ที่มาเปิดบล.วีบูลล์ สันนิษฐานว่า บริการถอนเงินได้เรียลไทม์ มีความสะดวก เทียบกับโบรกอื่นอาจได้รับเงินวันถัดๆ ไป โดยกลุ่มลูกค้าบัญชีม้าเดิมส่วนใหญ่โอนเงินมาในพอร์ต และถอนออกไป ซึ่งปัจจุบันบันเรามีกระบวนการตรวจสอบที่แน่นหนามากขึ้น และอาจต้องใช้เวลาประมาณ 1 นาที เพื่อทำธุรกรรมแล้วเสร็จ จากเดิมที่สามารถโอนเงินได้ทันที" นายชลเดชกล่าว -ทั้งนี้ บล.วีบูลล์ ได้ยืนยันข้อเท็จจริงใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. บริษัทฯ ไม่มีนโยบายรับฝากเงินสดจากลูกค้า และมีการตรวจสอบความสอดคล้องของบัญชีผู้โอน และบัญชีลูกค้า ก่อนทำธุรกรรม 2. กระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดทุกประการ 3. การให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินที่พักรอการลงทุนในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นแนวปฏิบัติปกติของธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยบริษัทฯ มีการเก็บรักษาเงินของลูกค้าไว้ในบัญชีธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก ซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นบัญชีเพื่อลูกค้า จับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลก พัฒนาระบบคุมเข้ม ป้องกันและปราบปรามขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ - สำหรับแนวทางมาตรการตรวจสอบ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ร่วมกับธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก พัฒนาระบบตรวจสอบเชิงรุกเพิ่มเติม ในการตรวจสอบชื่อ หรือหมายเลขบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งขาเข้าและขาออกว่าตรงกับเจ้าของบัญชีเงินฝากต้นทางหรือไม่ หากพบว่าไม่ตรงกัน ระบบจะปฏิเสธรายการดังกล่าวทันที โดยไม่ยินยอมให้ธุรกรรมดังกล่าวสำเร็จ - รวมถึงมีการตรวจสอบรายชื่อผ่านฐานข้อมูล Blacklist และระบบ World-Check (Refinitiv) อีกทั้งนำระบบ AI ตรวจสอบพฤติกรรมน่าสงสัยดังกล่าว โดยระบบจะทำการระงับธุรกรรมนั้นไว้ชั่วคราวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน - ขณะเดียวกัน ระบบการคัดกรองลูกค้า (KYC) ของบริษัทฯ มีความเข้มงวดและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งระบบมีอัตราการปฏิเสธลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โปรไฟล์การเงินที่ไม่สัมพันธ์กับที่มาของรายได้ เป็นต้น การโอนเงินเข้า Webull ต้องทำผ่านบัญชีธนาคารของเจ้าของบัญชีเท่านั้น ไม่รับเงินสด - บริษัทฯ ไม่เคยเปิดให้ลูกค้าฝากเงินตรงมาที่บริษัทตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจมา โดยที่กระบวนการฝากเงินของลูกค้าสามารถทำได้ 2 วิธี 1. วิธีการฝากเงินแบบแรก คือการฝากเงินผ่าน Dynamic QR Code ซึ่งได้รับการพัฒนาพิเศษร่วมกับธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก ในการตรวจสอบว่าเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ Webull ตรงกับเจ้าของบัญชีเงินฝากต้นทางหรือไม่ โดยลูกค้าสามารถใช้ Mobile Banking App จากธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการ ในการ Scan QR Code เพื่อฝากเงิน เข้าบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ได้ครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท 2. วิธีการฝากเงินแบบที่สอง คือการผูกบัญชีผ่านระบบ FinNet ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการผูกบัญชีผ่านระบบนี้ ทางบริษัทฯ จะส่งคำขอไปยังธนาคารของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ายืนยันผ่าน Mobile Banking App ด้วยตนเอง การถอนเงินจาก Webull ทุกครั้ง ระบบจะตรวจสอบว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัยหรือไม่ - ปัจจุบัน ทุกการถอนเงินของลูกค้า ระบบของบริษัทจะตรวจสอบรายการถอนเงิน ว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัยหรือไม่ โดยมีการประเมินค่าความเสี่ยงจากพฤติกรรมของลูกค้าผ่าน Internal Scoring Model หากเข้าข่ายว่าเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ ระบบจะระงับการถอนเงินของรายการดังกล่าวทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อลูกค้าและทำการตรวจสอบตัวตน - ตลอดจนที่มาของเงินทุน และวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรม โดยที่ Internal Scoring Model นั้น ถูกพัฒนามาเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายน่าสงสัย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ความถี่ในการทำรายการฝากหรือถอน จำนวนเงินที่ฝากหรือถอน ความสอดคล้องของธุรกรรมฝากหรือถอน เมื่อเทียบกับพฤติกรรมการลงทุนจริง เป็นต้น - โดยหากตรวจพบรายการที่มีลักษณะผิดปกติและอาจเข้าข่ายเป็นบัญชีน่าสงสัย บริษัทฯ จะดำเนินการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบรายชื่อดังกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือไม่ - ทั้งนี้ หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าธุรกรรมนั้นอาจเข้าข่ายการฟอกเงิน พนักงานที่ได้รับมอบหมายจะดำเนินการระงับการถอนเงินที่เกี่ยวข้องโดยทันที พร้อมทั้งรายงานต่อฝ่าย Compliance เพื่อพิจารณานำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด - นอกจากการตรวจสอบธุรกรรมการถอนเงินว่าผิดปกติหรือไม่แล้ว ก่อนการถอนเงินครั้งแรกของลูกค้าทุกราย ลูกค้าต้องดำเนินการผูกบัญชี โดยแสดงหลักฐานสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร หรือ Virtual Passbook สำหรับบัญชีธนาคารแบบไม่มีสมุด โดยชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารต้องตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทฯ จากนั้น บริษัทฯ จะใช้ระบบการตรวจสอบแบบอัตโนมัติผ่านช่องทางบริการของธนาคารพาร์ตเนอร์ เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลชื่อเจ้าของบัญชี ก่อนอนุมัติการผูกบัญชีเพื่อถอนเงิน กำหนดวงเงินซื้อขายของลูกค้าให้เหมาะสม และมีกระบวนการ EDD และ STR ที่รัดกุม - บริษัทฯ กำหนดวงเงินเริ่มต้นสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าไว้ที่ 500,000 บาท โดยลูกค้าที่ประสงค์จะเพิ่มวงเงิน ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย - ทั้งนี้ บริษัทมีระบบตรวจสอบความสอดคล้อง ระหว่างเงินที่ลูกค้าโอนเข้ามากับสถานะทางการเงินที่ได้ยื่นประกอบการขอวงเงิน หากพบความผิดปกติ บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงในเชิงลึก (EDD: Enhanced Due Diligence) ด้วยการติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากลูกค้า เช่น การยืนยันข้อมูลอาชีพ แหล่งที่มาของรายได้ รายการเดินบัญชีย้อนหลังและเอกสารประกอบ เป็นต้น - ในกรณีที่ลูกค้ายังคงให้ข้อมูลที่มีข้อสงสัยหรือไม่สอดคล้องกับแหล่งที่มาของรายได้ บริษัทจะนำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอนุมัติการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR: Suspicious Transaction Report) ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป - บริษัทฯ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ก.ล.ต. ในการแบ่งแยกเงินของลูกค้าออกจากเงินของบริษัท โดยได้รับดอกเบี้ยจากธนาคารระดับโลกในอัตรา 3.50% ต่อปี และจ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้าในอัตราไม่เกิน 3.50% ต่อปี ไม่จำกัดจำนวนเงิน เป้า AUM ปีนี้ 4 หมื่นลบ. มองหุ้นไทยกลุ่มปันผลยังโดดเด่น - ปีนี้เรายังคงมุ่งหมายบริหารสินทรัพย์ที่มีในพอร์ต (AUM) ให้ถึงระดับ 40,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ระดับกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตมาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. มุ่งเน้นรายย่อยย 2. มุ่งเน้นเพพิ่มกลุ่มลูกค้าระดับบน (High Net Worth) ที่มีพอร์ตสินทรัพย์ (AUM) ตั้งแต่ 10 ล้านบาท (300,000 ดอลลาร์) ขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันมีบัญชีรวมประมาร 100 บัญชี โดยจะจับมือกับพาร์ทเนอร์วงการการเงินในช่วงไตรมาส 2-3/69 3. มุ่งเน้นลูกค้าสถาบัน ซึ่งลูกค้ากลึ่มนี้สามารถลงทุนในประเทศอื่นๆ ที่ บล. WeBull ในสาขาประเทศอื่นๆ รวมไทย 14 ประเทศ 4. ทำแอพพลิเคชั่นร่วมกับพาร์นเนอร์ ซึ่งมีฐานลูกค้าช่วยหนุนบล.ในไทยเพิ่ม - มองหุ้ยไทยยังน่าสนใจในกลุ่มหุ้นปันผลสูง ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนกว่า 6% หรือมากกว่าระดับดังกล่าว เช่นกลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม |