| ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 20% เช้านี้ (9 มี.ค.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2022 หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และ อิสราเอลกับอิหร่านขยายวงกว้าง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางบางประเทศต้องลดกำลังการผลิต และสร้างความกังวลว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะหยุดชะงัก สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงสุด 19.8% แตะ 111.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนลดช่วงบวกลงมาอยู่ที่ 107.93 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 16.2% อยู่ที่ 106.17 ดอลลาร์ หลังแตะระดับสูงสุด 111.24 ดอลลาร์ หรือ 22.4% โดยสัปดาห์ก่อนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 27% และ WTI เพิ่มขึ้น 35.6% ทั้งนี้ คูเวตและอิรักเริ่มลดการผลิตน้ำมัน ขณะที่กาตาร์ลดการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เนื่องจากสงครามทำให้การขนส่งจากตะวันออกกลางหยุดชะงัก นักวิเคราะห์คาดว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียอาจต้องลดการผลิตตามมา เนื่องจากคลังเก็บน้ำมันใกล้เต็ม นักวิเคราะห์เตือนว่า แม้ความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์จะยุติลงเร็ว ผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลกก็อาจต้องเผชิญราคาพลังงานที่สูงต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน จากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาด้านโลจิสติกส์ และความเสี่ยงต่อการเดินเรือ  นักวิเคราะห์ของ ANZ ระบุว่า ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากรายงานว่าผู้ผลิตในตะวันออกกลางเริ่มลดกำลังผลิตเนื่องจากคลังน้ำมันเต็มอย่างรวดเร็ว และหากต้องถึงขั้นปิดบ่อน้ำมัน อุปทานจะลดลงยิ่งขึ้นและอาจทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานขึ้น การผลิตน้ำมันของอิรักจากแหล่งน้ำมันหลักทางตอนใต้ลดลง 70% เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากไม่สามารถส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทน้ำมัน Basra Oil Company ระบุว่า คลังเก็บน้ำมันดิบได้เต็มความจุแล้ว ด้าน Kuwait Petroleum Corporation เริ่มลดกำลังการผลิตน้ำมันตั้งแต่วันเสาร์ และประกาศเหตุสุดวิสัยต่อการขนส่งน้ำมัน โดยไม่ได้ระบุปริมาณการผลิตที่จะต้องหยุดลง ขณะเดียวกัน การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคโดยอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดย Fujairah Media Office ระบุว่าเกิดเพลิงไหม้ในเขตอุตสาหกรรมน้ำมันของเมืองฟูไจราห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากเศษซากที่ตกลงมา แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ ส่วนกระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าได้สกัดโดรนลำหนึ่งที่มุ่งหน้าไปยังแหล่งน้ำมัน Shaybah ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านแทนบิดา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะทำให้การสืบทอดอำนาจของกลุ่มสายแข็งในเตหะรานยังคงดำเนินต่อไป ด้านชัค ชูเมอร์ แกนนำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดและลดผลกระทบต่อราคาพลังงาน ที่มา Reuters 
|