KTB เผย เงินบาทเปิดอ่อนค่าทะลุ 32.08 บาท/ดอลลาร์ จับตาสงครามตะวันออกกลางหนุนดอลลาร์

รูป KTB เผย เงินบาทเปิดอ่อนค่าทะลุ 32.08 บาท/ดอลลาร์ จับตาสงครามตะวันออกกลางหนุนดอลลาร์

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 8:52: น.

Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า มีโอกาสเคลื่อนไหวแตะ 33.00 – 33.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หนุนเงินดอลลาร์ ขณะที่ตลาดยังจับตาเงินเฟ้อสหรัฐและทิศทางดอกเบี้ย FED

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 31.92 บาทต่อดอลลาร์

-นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up และสามารถอ่อนค่าทะลุแนวต้านสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ ในช่วงเปิดตลาดการเงินเอเชีย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 31.76–32.15 บาทต่อดอลลาร์

-การอ่อนค่าดังกล่าวสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ เงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น และกดดันแนวโน้มเงินเฟ้อ

-สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น ประเมินว่า ควรจับตาสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

 

-ฝั่งสหรัฐฯพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล กับ อิหร่าน จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาพลังงานโลก และส่งผลต่อเนื่องมายังมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED

-โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดประเมินโอกาสราว 76% ที่ FED จะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ นอกจากนี้ มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED อาจปรับเปลี่ยนได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ PCE ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) รวมถึงยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ในเดือนมกราคม รวมถึง อัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนกุมภาพันธ์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

-ฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน และแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (Sentix Investor Confidence) ในเดือนมีนาคม ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มและผลกระทบของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

-ติดตามรายงานยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือนมกราคม เช่นเดียวกับในฝั่งอังกฤษ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน

-โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า ECB มีโอกาสราว 56% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ ส่วน BOE มีโอกาสราว 34% ที่จะลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปี 2026

-โดยบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างปรับมุมมองใหม่ว่า ทั้ง ECB และ BOE อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่เคยประเมินไว้ จากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจหนุนให้ราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงได้นานและหนุนให้เงินเฟ้อสูงขึ้น

-ฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่อาจได้รับผลกระทบบ้างจากปัจจัยเทศกาลตรุษจีน

-ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Wage Growth) ในเดือนมกราคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดประเมิน BOJ มีโอกาสราว 82% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีนี้

-ฝั่งไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนกุมภาพันธ์ ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า รับผลการเลือกตั้งและการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังการเลือกตั้ง

-ในเดือนมีนาคมและระยะข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเสี่ยงปรับตัวลดลงบ้าง หากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น คล้ายกับภาพที่ได้เกิดขึ้นในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2022

แนวโน้มเงินบาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าต่อเนื่อง จากปัจจัยสำคัญ ได้แก่

-ความไม่แน่นอนของ สงครามตะวันออกกลาง ความเสี่ยงราคาพลังงานโลกปรับตัวสูง

-ตลาดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก งินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า

-ในเชิงเทคนิคัล เงินบาทได้ทะลุแนวต้าน 31.80 และ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่งสัญญาณเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่า โดยมีโอกาสเคลื่อนไหวไปสู่ระดับ 33.00 – 33.50 บาทต่อดอลลาร์ หากแนวโน้มยังดำเนินต่อ

-เรามองว่า บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออกต่างรอทยอยขายเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจพอช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง แต่ยังคงต้องติดตามแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ

-ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.95-32.30 บาท/ดอลลาร์


 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย