| TFM กางแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 8–10% รักษาอัตรากำไรขั้นต้น 18–20% เดินหน้าขยายมาร์เก็ตแชร์ ชูอาหารกุ้งและอาหารปลากะพงเป็น Growth Driver พร้อมต่อยอดนวัตกรรมและยกระดับการผลิตตามแนวคิด “Smart & Sustainable Farming” ควบคู่การขยายตลาดต่างประเทศ นางสาวปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 เดินหน้าขยาย Market Share อาหารสัตว์น้ำ พร้อมดันอาหารกุ้ง–ปลากะพงเป็นเครื่องยนต์หลัก เป้าหมายทางการเงิน - ตั้งเป้ารายได้เติบโต 8–10% - ตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 18–20% - ควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายให้อยู่ในระดับ 8–10% - เดินหน้ากลยุทธ์ขยายส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลากะพง ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างอัตรากำไรที่ดีใ - การบริหารโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (Product Mix) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ - เติบโตไปกับเกษตรกรและอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย ภายใต้แนวคิด “Smart & Sustainable Farming” กลยุทธ์สำคัญในปี 2569 - มุ่งขยายส่วนแบ่งตลาดอาหารกุ้ง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้มากกว่า 60% ของยอดขายรว - ภาพรวมผลผลิตกุ้งของประเทศไทยอยู่ในระดับประมาณ 250,000 ตันต่อปี ใกล้เคียงกับปีก่อน - ตลาดยังมีโอกาสเติบโตจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด การขยายฐานลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง - ช่วยยกระดับทั้งผลผลิตของเกษตรกรและเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างกำไร เดินหน้าขยายธุรกิจอาหารปลากะพง - ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมปลากะพงในประเทศ ซึ่งมีผลผลิตรวมราว 50,000–60,000 ตันต่อปี - ต่อยอดไปสู่ตลาดอาหารปลาน้ำจืดอื่น ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ - เดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ อาหารลูกกุ้ง 1S และ 2S ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงและอัตราการรอดของลูกกุ้ง ซึ่งได้รับรางวัล Outstanding Innovative Company Awards ปี 2568 - มีโครงการวิจัยและพัฒนาอื่นๆ ที่อยู่ใน pipeline เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ด้านความยั่งยืน - ให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล โดยเป็นบริษัทแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรอง ASC Feed Standard - นำพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนพลังงาน และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก - นำรถยกไฟฟ้า (Electric Forklift) และ พลังงานชีวมวล (Biomass) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โครงสร้างตลาด - ตลาดในประเทศ เป็นยอดขายหลัก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้รวม แรงหนุนจากความต้องการอาหารกุ้งและอาหารปลาที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทย - ตลาดต่างประเทศ ได้ปรับพอร์ตธุรกิจให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ และมองว่าจะเป็น New Growth Engine ในระยะต่อไป ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายลูกค้าและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศที่เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำสำคัญของโลก อาทิ อินโดนีเซีย รวมถึงการขยายธุรกิจสัตว์น้ำในประเทศเอกวาดอร์ ผลการดำเนินงานปี 2568 - สร้างสถิติสูงสุดใหม่ รายได้จากการขายรวม 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากปีก่อน กำไรสุทธิ เติบโต 36.9% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ - อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับประมาณ 22% - อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) เพียงประมาณ 0.09 เท่า - อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้นสู่ระดับเกือบ 29% - จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2568 จำนวน 0.30 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 จ่ายเงินปันผลรวม 0.60 บาทต่อหุ้น คิดเป็น อัตราการจ่ายเงินปันผล 81.8% |