ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดราคาน้ำมันโลกมีโอกาสแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน 1-3 เดือนข้างหน้า กระทบจีดีพี 0.2-0.7%

รูป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดราคาน้ำมันโลกมีโอกาสแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน 1-3 เดือนข้างหน้า กระทบจีดีพี 0.2-0.7%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มี.ค. 69 13:26 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจไม่จบเร็ว จะกระทบราคาน้ำมันให้ยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/ต่อบาร์เรล ใน 1-3 เดือนข้างหน้า กดดันจีดีพีไทย 0.2-0.7% ดันเงินเฟ้อขึ้นเข้าหากรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อของธปท. ที่ 3%

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังการปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ไปจนถึงแรงกดดันต่อราคาอาหารโลกในระยะต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

-จากสถานการณ์ดังกล่าวยังกระทบต่อการค้า และ การคมนาคมขนส่งทางอากาศในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินลดลง และ ต้นทุนการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ในมิติการเงิน ค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นสวนทางกับสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุน ค่าเงินบาท และ ส่งผลกระทบกับจีดีพีโลกและของไทย ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงของการเกิด Stagflation เพิ่มขึ้น

"ไตรมาส 1/69 คาดจีดีพีจะบวกเล็กน้อย ก่อนที่ไตรมาส 2/69 จะติดลบ และ ไตรมาสถัดๆไป ก็จะยังไม่ฟื้นตัว ส่วนการเลือกนายกฯ ในวันนี้ สิ่งที่อยากเห็นรัฐบาลทำ คือ จัดการเรื่องพลังงาน ค่าครองชีพ อยากเห็นความชัดเจนว่าเรามีพลังงานเพียงพอ และ นโยบายการสนับสนุนพลังงานสะอาด หรือ พลังงานทางเลือก"

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่าง 0.2-0.7% หลังมองว่า สถานการณ์อิหร่านมีโอกาสยืดเยื้อ อีกทั้ง ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดที่สำคัญต่อการขนส่งพลังงาน และ เป็นประเด็นเปราะบาง ทำให้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก

-โดยผลกระทบต่อจีดีพีดังกล่าว อยู่บนสมมติฐานที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนาน 1-3 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75–90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล

-ในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล นานเกิน 3 เดือน จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปน่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 3% ในขณะที่จีดีพีทั้งปี 2569 มีแนวโน้มไม่เติบโต

ดร. รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ขยายความเพิ่มเติมถึงผลกระทบต่อการส่งออกของรถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่มีบทบาทสูงต่อการส่งออกรวมทั้งประเทศ โดยตะวันออกกลางเป็นตลาดนำเข้ารถยนต์ที่สำคัญของไทยคิดเป็นราว 20% ของปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยทั้งหมด ผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นรถปิกอัพ ซึ่งมีสัดส่วนราว 60% และ คาดว่าการส่งออกไปตลาดดังกล่าวจะลดลงราว 15,000 คันต่อเดือน เมื่อรวมผลจากการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของเม็กซิโก การแข่งขันกับรถยนต์จากจีน และ การยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของคู่ค้า คาดว่าปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยสู่ตลาดโลกในปี 2569 จะหดตัวราว 8.1%

-สงครามอิหร่านคาดว่า จะทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเผชิญภาวะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ และเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของต้นทุนทั้งหมด พร้อมทั้งกดดันค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Spending) ของโลกให้ขยายตัวลดลงราว 1% เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีสงคราม

- การลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังคงสนับสนุนการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ส่งผลให้ในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตที่ 11.5% ชะลอลงจากที่เติบโตสูงถึง 38.3% ในปีก่อนหน้า

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจะลดลงกว่า 1 ล้านคนจากคาดการณ์ทั้งปีเดิม คิดเป็นเม็ดเงินที่สูญเสียไปราว 8 หมื่นล้านบาท สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

-ธุรกิจเอสเอ็มอีที่พึ่งพาการใช้พลังงาน การขนส่ง ปุ๋ย พลาสติก ในสัดส่วนสูง ได้แก่ กลุ่มขนส่ง การผลิต ประมง เกษตร ร้านอาหาร เป็นต้น จะได้รับผลกระทบมากจากต้นทุนที่สูง และ อัตรากำไรที่ลดลง



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย