| GPSC เปิดแผน Decarbonization เพิ่มศักยภาพหน่วยผลิตไฟฟ้า 12 โครงการ ลดใช้พลังงานได้ถึง 419,476 ล้านบีทียู ลดนำเข้า LNG ได้กว่า 8,000 ตันต่อปี มูลค่า 150 ล้านบาท แย้มเดินหน้าจับมือพันธมิตรศึกษาโรงไฟฟ้า SMR เทคโนโลยี CCS และไฮโดรเจน พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 93 นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยถึงการกำหนดเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่การลดการใช้พลังงานในโรงไฟฟ้า นำไปสู่การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่มีเสถียรภาพ พร้อมทั้งสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ เป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Decarbonization Roadmap ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ในปี 68 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถลด Carbon Intensity (ความเข้มข้นของคาร์บอนต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย) ได้แล้ว 10% เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายลดลง 35% ภายในปี 73 และ Net Zero Emissions (การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ภายในปี 93 ทั้งนี้บริษัทได้ยกระดับแผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยผลิตไฟฟ้าต่างๆจำนวน 12 โครงการ โดยสามารถลดการนำเข้า LNG ได้ถึง 8,066 ตันต่อปี เทียบเท่าการลดใช้พลังงานได้ 419,476 ล้านบีทียู หรือคิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท ซึ่งสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ได้ 22,420 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นับเป็นกลยุทธการบริหารความเสี่ยงที่สามารถลดความผันผวนของราคา LNG จากความไม่สงบในตะวันออกกลางอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้พัฒนาโซลูชั่น โดยนำระบบ Real Time Optimization (AI & Digital) มาวางแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า การบริหารระบบโรงไฟฟ้า ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการติดตามสถานะอุปกรณ์ต่างๆเพื่อจัดเก็บ Data อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับการพัฒนา software ขึ้นมาใช้ภายในเพื่อให้การวางแผนการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ การเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรระหว่างทีมผลิต (Operation) และทีมบำรุงรักษา (maintenance) เพื่อวางแผนการเดินเครื่อง และการหยุดซ่อมบำรุง (Shutdown) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รองรับทั้งวิกฤตพลังงานและสร้างความมั่นคงในระบบการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ดี GPSC ยังคงเดินหน้าแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งยังได้เตรียมความพร้อมในการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อาทิ โรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactors) โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) และไฮโดรเจน ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพ เพราะนอกจากจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังตอบโจทย์ในเรื่องของราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ประกอบกับการสนับสนุนลูกค้าอุตสาหกรรม และประเทศไทยให้เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ร่วมกัน |