สรุป Opp Day : TU ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 3-4% ลุยลดต้นทุน 60 ล้านดอลลาร์ ดัน GPM แตะ 20%

รูป สรุป Opp Day : TU ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 3-4% ลุยลดต้นทุน 60 ล้านดอลลาร์ ดัน GPM แตะ 20%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 16:05 น.

TU ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 3-4% ลุยลดต้นทุน 60 ล้านดอลลาร์ ดัน GPM แตะ 20% ชู PetCare-Feed เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก พร้อมทุ่มงบลงทุน 6 พันลบ.

นางสาวภิญญดา แสงศักดาหาญ​ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยในงาน Opportunity Day ในวันนี้ว่า TU ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 3-4% จากปีก่อน โดยมีธุรกิจ PetCare และ Feed เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นยืนยันว่ายังไม่กระทบการดำเนินงานของธุรกิจ

-แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ยังไม่เห็นความชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม รายได้ยังคงเป็นไปตามประมาณการที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และบริษัทยังสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้

-คาดว่าความต้องการในตลาดสหรัฐฯ จะกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นฤดูกาลขาย (High Season) ส่งผลให้ภาพรวมสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

-สัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง จะเพิ่มเป็น 23-25% ในปี 72 จากปัจจุบันอยู่ที่ 20%

เป้าหมายธุรกิจปี 2569 ของ TU

-ยอดขาย (Sales Growth) คาดเติบโต 3-4% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจ PetCare และ Feed ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายที่สูงขึ้น รวมถึงการทยอยส่งผ่านต้นทุน ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ไปยังลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทตั้งสมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ยที่ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

-อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยตั้งเป้าอยู่ที่ 19-20% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของ Margin ในกลุ่มสินค้า Ambient และ Frozen ขณะที่ธุรกิจ PetCare และ Value-added ยังมีแนวโน้มทรงตัว

-สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ คาดอยู่ที่ 13.5-14.5% โดยมีปัจจัยหลักจากผลกระทบของ ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่อสินค้า Frozen จากไทย รวมถึงการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของแบรนด์สินค้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากโครงการ Transformation มีแนวโน้มลดลง

-งบลงทุน (CAPEX) อยู่ที่ประมาณ 5,500-6,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนใน โรงงานผลิต Feed ในประเทศเอกวาดอร์, การพัฒนาระบบ คลังสินค้าอัตโนมัติในธุรกิจ PetCare และการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจบรรจุภัณฑ์

-จ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไร

แผนลดต้นทุน TU ปี 2569

-TU เดินหน้า ปรับโครงสร้างต้นทุน (Structural Cost Reset) ในทุกหน่วยธุรกิจ หลังจากโครงการ Transformation เดิม โดย TU ตั้งเป้าลดต้นทุนปี 2569 ประมาณ 60 ล้านดอลลาร์

1. ต้นทุนการผลิต (COGS) กลุ่ม Ambient ปรับปรุง ประสิทธิภาพการผลิต (Production Yield) เพิ่มการใช้ บรรจุภัณฑ์ภายในองค์กร , กลุ่ม Frozen ลดต้นทุน แรงงานโดยตรง เพิ่มการนำเข้า วัตถุดิบเพื่อแข่งขันด้านต้นทุน ,​กลุ่ม PetCare

วิเคราะห์ต้นทุนแบบ Clean-sheet เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เช่น Packing / Labeling / Palletizing

2. ค่าใช้จ่ายบริหาร (SG&A) มาตรการสำคัญ ยกเลิก โครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ,ลด ต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น pallet และการขนส่ง , ลด ค่าใช้จ่ายสำนักงาน / การตลาด / สื่อ , ดำเนินมาตรการ ประหยัดพลังงาน , เพิ่มประสิทธิภาพ Freight และ Distribution Center

ผลการดำเนินงานปี 2568

-ในปี 2568 TU มีรายได้ 132,719 ล้านบาท ลดลง 4.1% จากปีก่อน

-มีกำไรสุทธิ 5,508 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากปีก่อน

-ไตรมาส 4/2568 มียอดขาย 35,039 ล้านบาท โดยยอดขายสินค้าออร์แกนิกยังคงเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แช่แข็ง อาหารสัตว์​และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง โดยปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 8 ไตรมาส โดยเพิ่มขึ้นในทุกหมวดยกเว้นกลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูป

- Gross Profit ที่ 6,409 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เนื่องจากต้นทุนภาษีนำเข้าสหรัฐฯที่สูงขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่แข็ง และราคาปลาแซลมอนที่เพิ่มขึ้นในยุโรป



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย