KTC เผย 2 เดือน ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดรดิตหมวดท่องเที่ยวโต 9% มั่นใจทั้งปีตามเป้า 5%

รูป KTC เผย 2 เดือน ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดรดิตหมวดท่องเที่ยวโต 9% มั่นใจทั้งปีตามเป้า 5%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มี.ค. 69 12:28 น.

KTC แจงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดรดิตหมวดท่องเที่ยว 2 เดือนโต 9% มั่นใจทั้งปีตามเป้า 5% เผยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์พบลูกค้ากลับมาเที่ยวในเอเชีย-ในประเทศมากขึ้น ด้านสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว ประเมินสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะยังสร้างความไม่แน่นอนต่อการเดินทางในระยะสั้น พบนักท่องเที่ยวเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้เหมาะกับความเสี่ยง - งบประมาณ - ความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดรดิตในหมวดท่องเที่ยว 2 เดือนที่ผ่านมาเติบโต 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) และ มั่นใจทั้งปี 2569 เติบโตตามเป้า 5% เผยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์พบลูกค้ากลับมาเที่ยวในเอเชีย และ ในประเทศไทยมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

-ในช่วง 2 เดือน ปี 2569 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดท่องเที่ยวเติบโต 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) โดยทั้งปี 2569 บริษัทคาดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดท่องเที่ยวจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 5% ซึ่งปี 2568 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดท่องเที่ยว คิดเป็นเม็ดเงิน 25,000 ล้านบาท เติบโต 6% มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 900,000 ราย และ หมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดยังเป็นหมวดประกัน ส่วนอันดับสอง คือ หมวดท่องเที่ยว และ เชื่อว่าปี 2569 ยังคงเป็นหมวดเดิม

-นอกจากนี้ หลังจากททท. จัดงานไทยเที่ยวไทยที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยว และ การใช้จ่ายในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และ มหกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวทั่วประเทศที่ดึงดูดให้คนไทยออกมาเดินทางมากขึ้น ประกอบกับ คนไทยกลับมาท่องเที่ยวในประเทศ และ ประเทศในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่ง 5 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, ฮ่องกง และ ไต้หวัน

-โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีอานิสงส์จากค่าเงินเยนอ่อนค่า ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ยอดใช้จ่ายต่อหัวจะลดลงบ้างจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่จำนวนผู้เดินทางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นความคุ้มค่า และ การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ จากเดิมที่เดินทางไปยุโรปและตะวันออกกลาง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ชัดเจน

"ภาพรวม 3 เดือนแรกยังคงเติบโตตามเป้าที่เราคาดไว้ โดยจากช่วง 9 วันแรกของเดือนมี.ค.นี้ ตลาดท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวดีขึ้น จากสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงต้นปีมีลักษณะทรงตัว และ ชะลอตัวลงในบางเซกเมนต์ ยอดใช้จ่ายต่อหัวลดลงบ้าง แต่จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น"

-ในขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศพบว่า นักเดินทางปรับรูปแบบเป็นทริปสั้นมากขึ้น และ นิยมการขับรถเที่ยวที่สามารถเดินทางได้สะดวกในช่วงวันหยุด ทั้งนี้ จากข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกพบว่า จังหวัดท่องเที่ยวหลักยังคงมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูง เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ต และ ระยอง ขณะเดียวกันจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ และ เมืองรอง เริ่มมีการเติบโตของการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เช่น กาญจนบุรี มียอดการใช้จ่ายเติบโต 20% และ พระนครศรีอยุธยามียอดการใช้จ่ายเติบโต 12%

-นักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้เลือกเพียงจุดหมายปลายทาง แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ระหว่างการเดินทางมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Eat Tourism) หรือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมดังกล่าว เคทีซีได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 100 แห่ง ร่วมกันออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศที่หลากหลาย เช่น ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออก “Eat the East” ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางขับรถเที่ยว พร้อมสัมผัสเสน่ห์อาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่นตลอดเส้นทาง ผ่านร้านอาหารกว่า 70 ร้าน รวมถึงแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคกลาง “Central Rhythm” ที่รวบรวมพันธมิตรด้านสุขภาพ ทั้งโรงแรมและร้านค้าเวลเนส

-ยังมีแคมเปญต้อนรับช่วงปิดเทอมและวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ “Happy Family Fun – Alpha Active” ที่ออกแบบมาเพื่อชวนครอบครัวออกเดินทางท่องเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงแคมเปญ “60+ Stay Free” ที่ตอบรับเทรนด์ Multi-generational Travel เพื่อส่งเสริมการเดินทางของครอบครัวหลายช่วงวัย

“แม้ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความผันผวนในบางช่วงเวลา แต่หากสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งในด้านความคุ้มค่า ความสะดวก และ ประสบการณ์การเดินทาง ก็จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้ในระยะต่อไป”

นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และ รองกรรมการผู้จัดการ บ.หนุ่มสาวทัวร์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักเดินทางบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางฝั่งตะวันตก ซึ่งบางรายเริ่มพิจารณาทางเลือก เช่น การเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีเที่ยวบินตรง ขณะที่นักเดินทางรายใหม่มีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเพื่อประเมินสถานการณ์ หรือเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียแทน

-ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวปัจจัยที่ต้องติดตามมากกว่า คือ ราคาน้ำมัน โดยมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการเดินทาง ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งล้วนส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และ การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว

-ภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) ในปี 68 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลงเล็กน้อยจากปี 67 ซึ่งมีประมาณ 35 ล้านคน โดยปัจจัยหนึ่งมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลดลงประมาณ 500,000 คนเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของไทยอาจมีจำกัด เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวเดินทางเข้ามาประเทศไทยประมาณ 1 ล้านคนต่อปี

-โดยผลกระทบอาจเกิดขึ้นกับบางธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงพยาบาลที่มีลูกค้าตะวันออกกลางเป็นหลัก ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งคิดเป็นประมาณ 23% หรือประมาณ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด อาจได้รับผลกระทบมากกว่า และ เริ่มมีสัญญาณการยกเลิกการจองบางส่วนแล้ว

-หากพิจารณาโครงสร้างนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย พบว่า 8 ใน 10 ประเทศแรกเป็นประเทศในเอเชีย รวมประมาณ 17.5 ล้านคน หรือ คิดเป็นเกือบ 50% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด จึงมีแนวโน้มว่า การเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคเอเชียจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง

"แม้วิกฤตในครั้งนี้อาจสร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นโอกาสให้การท่องเที่ยวจากประเทศในเอเชียมายังประเทศไทย รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศมีบทบาทมากขึ้น โดยประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว"



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย