| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันจันทร์ (6 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงประเมินท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ยังคงเพิ่มความแข็งกร้าวและขู่จะยกระดับการโจมตีเพื่อกดดันให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,669.88 จุด เพิ่มขึ้น 165.21 จุด (+0.36%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,612.02 จุด เพิ่มขึ้น 29.33 จุด (+0.45%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 21,996.34 จุด เพิ่มขึ้น 117.16 จุด (+0.54%) สำนักข่าว Islamic Republic News Agency (IRNA) รายงานว่า อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงทันทีของสหรัฐฯ พร้อมกับยืนยันว่าต้องการให้ยุติสงครามอย่างถาวร การออกมาปฏิเสธดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยื่นคำขาด โดยขู่ว่าจะถล่มอิหร่านอย่างหนัก หากเรือบรรทุกน้ำมันยังไม่สามารถกลับมาสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ อย่างไรก็ดี ตลาดได้แรงหนุนบางส่วนจากรายงานที่ระบุว่า สหรัฐฯ อิหร่าน และกลุ่มประเทศที่เป็นตัวกลางในภูมิภาคยังคงเดินหน้าเจรจาเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง ไรอัน เดทริก หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Carson Group ให้เหตุผลว่า เรากำลังขยับใกล้ทางออกบางอย่าง แม้อาจยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่นักลงทุนเริ่มรู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายมีการเจรจามากขึ้น ความผันผวนและพาดหัวข่าวที่เปลี่ยนแปลงรายวันอาจสร้างความสับสน แต่มีบรรยากาศของความหวังจากฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าภาคธุรกิจของสหรัฐฯ จะยังคงโชว์ผลงานแข็งแกร่ง อาจสนับสนุนมุมมองว่าตลาดยังอยู่ในภาวะขาขึ้น สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดมานานกว่าหนึ่งเดือน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ และกดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลง แม้ S&P 500 จะมีแนวโน้มปิดบวกติดต่อกันสี่วัน แต่ยังคงลดลง 3.9% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ว่า ภาคบริการของสหรัฐฯ ขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือนมี.ค. ขณะที่การจ้างงานในภาคดังกล่าวหดตัวลง และดัชนีราคาที่จ่าย ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มเงินเฟ้อ ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2022 รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค. ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันหยุดเนื่องในวัน Good Friday ระบุว่า สหรัฐฯ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 60,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการจ้างงานเดือนก.พ. ซึ่งมีการปรับทวน และหดตัวเพิ่มขึ้นเป็น 133,000 ตำแหน่ง จากเดิม 92,000 ตำแหน่ง ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารปรับขึ้นมากที่สุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มหลักของดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.59% ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภคลดลงมากสุด ลบไป 0.42% - กลุ่มที่ปรับตัวโดดเด่น ได้แก่ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการ กลุ่มอากาศยานและกลาโหม รวมถึงกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้าน - หุ้น Soleno Therapeutics พุ่งขึ้น 32.3% หลัง Neurocrine Biosciences ตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทผู้พัฒนายารักษาโรคหายากเป็นเงินสด - หุ้น Coinbase และ Strategy ปรับขึ้น 1.9% และ 6.6% ตามลำดับ หลังราคาบิตคอยน์ปรับตัวสูงขึ้น ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 14,780 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 19,510 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการก่อนหน้า - ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.93 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 88 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 54 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดค มีหุ้นบวก 2,918 ตัว และหุ้นลบ 1,788 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 1.63 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 7 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 2 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 61 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 70 ตัว ที่มา Reuters |