| องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน อาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในตะวันออกกลาง และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของภูมิภาคหายไปประมาณ 120,000 ล้าน - 194,000 ล้านดอลลาร์ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ศึกษาถึงฉากทัศน์ต่าง ๆ เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อรัฐอาหรับจากความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยผู้จัดทำรายงานระบุว่า ความเสียหายอาจรุนแรง แม้สงครามจะยุติลงในระยะเวลาอันสั้น “แม้การยกระดับทางทหารในตะวันออกกลางจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น ๆ ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างและลึกซึ้งต่อภูมิภาครัฐอาหรับ” รายงานระบุว่า ความสูญเสียโดยรวมอาจทำให้อัตราการว่างงานในภูมิภาคเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 4 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มีการสูญเสียตำแหน่งงานราว 3.6 ล้านตำแหน่ง และอาจทำให้ประชาชนถึง 4 ล้านคนเผชิญกับความยากจน อับดัลลาห์ อัล ดาร์ดารี ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักงาน UNDP ประจำรัฐอาหรับ กล่าวว่า “วิกฤตครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนประเทศในภูมิภาค” พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Corporation Council-GCC) และภูมิภาคเลอวองต์ ทางฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยแต่ละพื้นที่อาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศมากกว่า 5.2% ความขัดแย้งที่ขณะนี้เข้าสู่เดือนที่สอง ได้ผลักดันให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น สร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก โดยรายงานฉบับก่อนหน้านี้ของ UN พบว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย กำลังดันราคาสินค้าอาหารและปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อประเทศยากจน ที่มา Bloomberg |