| CGSI เผยทิศทางตลาดหุ้นไทยเม.ย. 69 ราคาน้ำมัน-ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยสำคัญสุดต้องติดตาม มีมุมมองระมัดระวังขึ้นต่อผลกระทบกับศก.ไทย ฟากผลประกอบการQ1/69 กลุ่มแบงก์ และการประชุมกนง.น่าจะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น คงเป้า SET Index สิ้นปี 69 ที่ 1,480 จุดพร้อมชู 11 หุ้น Top Pick ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนเม.ย. 69 ว่า ราคาน้ำมันและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ยังต้องติดตาม คงเป้า SET Index สิ้นปี 69 ที่ 1,480 จุด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ พัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญสุด ในกรณีที่ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านยกระดับขึ้น ราคาน้ำมันอาจปรับตัวขึ้นอีก ซึ่งจะกดดันอัตราเงินเฟ้อของไทย รวมทั้งทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงและการบริโภคชะลอตัว ในทางตรงข้าม หากมีสัญญาณสถานการณ์ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย ตลาดน่าจะเริ่มรับความเสี่ยงได้มากขึ้นและอาจทำให้มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในตลาดมากขึ้น เชื่อว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวจะทำให้บริษัทในธุรกิจพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมีได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือยที่ลดลงน่าจะ underperform ดัชนี SET ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า จะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ก่อนกลางเดือนเม.ย. 69 และหลังจากนั้นน่าจะเริ่มมีการทยอยออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการบริโภค เช่น การฟื้นโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แต่เชื่อว่ารัฐจะยังไม่ออกมาตรการทางการคลังชุดใหญ่ที่จะช่วยหนุนเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านนโยบาย ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) หนี้สาธารณะของไทยมีสัดส่วน 66% ของ GDP ใน สิ้นเดือนม.ค.69 หรือใกล้จะแตะเพดานที่ 70% จึงทำให้รัฐบาลมีความสามารถจำกัดในการดำเนินนโยบายเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวในวงกว้าง ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า ผลประกอบการของธนาคารในไตรมาส 1/69 (จะประกาศภายในวันที่ 21เม.ย. 69) และมติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 29 เม.ย. 69 จะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกทำให้ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยแม้ว่าความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศจะลดลงแล้ว จึงคงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 69 อยู่ที่ 1,480 จุด ซึ่งจะเท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 70(-1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดยหุ้น Top pick ได้แก่ BDMS, MRDIYT, CPN, GULF, MOSHI, KTB, SCB, PTT, PTTEP, SHR และ TRUE ทั้งนี้ มองว่า downside risk จะมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกลับมาอีกครั้ง ส่วน upside risk คือการที่ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย, รัฐออกมาตรการทางการคลังเพิ่มเติม และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลกลับเข้ามาในตลาด |