| เปิดเบื้องลึกกลยุทธ์ตั้งด่านเก็บเงินในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่ออิหร่านคุมเกมเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ยื่นเงื่อนไขเรือบรรทุกน้ำมันจ่ายค่าผ่านทางเป็นสกุลเงินหยวนและคริปโต แลกกับการคุ้มกันภายใต้ธงชาติปากีสถาน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียดหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดเปิดช่องแคบแลกกับการหยุดยิงภายใน 3 สัปดาห์ ผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียได้รับข้อเสนอให้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรืออิหร่าน โดยมีเงื่อนไขว่าเรือลำดังกล่าวอาจต้องเปลี่ยนไปชักธงชาติปากีสถานแทน โดยบริษัทเดินเรือจำเป็นต้องติดต่อผ่านบริษัทตัวกลางที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เพื่อแจ้งข้อมูลรายละเอียดของเรือและเจรจาค่าธรรมเนียม ซึ่งโดยปกติจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อรับรหัสอนุญาตและคำแนะนำด้านเส้นทางสำหรับการเดินทางผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย การจัดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านได้อนุมัติร่างกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจนผ่านกองกำลัง IRGC ดังนี้ - กระบวนการคัดกรอง: ผู้ประกอบการเรือต้องแจ้งข้อมูลโดยละเอียด (เจ้าของเรือ, ธงชาติ, บัญชีสินค้า, รายชื่อลูกเรือ และข้อมูล AIS) ผ่านบริษัทตัวกลางที่เชื่อมโยงกับ IRGC เพื่อส่งให้กองบัญชาการจังหวัดฮอร์มอซกานตรวจสอบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล หรือประเทศศัตรู
- ระบบจัดลำดับและอัตราค่าธรรมเนียม: อิหร่านใช้ระบบแบ่งเกรดประเทศมิตรเป็น 5 ระดับเพื่อกำหนดเงื่อนไขการผ่านทาง สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) อัตราเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (หรือประมาณ 2 ล้านดอลลาร์ต่อลำ) ทั้งนี้ เรือจากประเทศที่อิหร่านมองว่าเป็นมิตรมีแนวโน้มได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่า
- วิธีการชำระเงิน: รับชำระเป็นเงินหยวน หรือสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น
- ขั้นตอนการผ่านทาง: เมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้รับ "รหัสอนุญาต" และคำแนะนำเส้นทาง โดยเรืออาจต้องเปลี่ยนไปชักธงชาติของประเทศที่เจรจาตกลงไว้ จากนั้นจะมีเรือลาดตระเวนของอิหร่านมาคุ้มกันผ่านแนวเกาะที่เรียกว่า ด่านเก็บเงินอิหร่าน
ข้อขัดแย้งทางกฎหมาย ฐานที่มาทางกฎหมายในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอิหร่านยังคงเป็นที่กังขาในระดับสากล แม้โดยปกติรัฐชายฝั่งจะมีอำนาจตรวจตราเรือในเขตน่านน้ำทางทะเล 12 ไมล์ทะเลได้ แต่ศาสตราจารย์ เจสัน ชัว ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางทะเลชี้ว่า การที่อิหร่านอ้างสิทธิการป้องกันตนเอง เพื่อบังคับตรวจเรือและเรียกเก็บเงินนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายในสายตาของนักกฎหมายระหว่างประเทศส่วนใหญ่ ความท้าทายมหาศาลของผู้ประกอบการเดินเรือ บรรดาเจ้าของเรือและผู้ควบคุมการเดินเรือต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ว่าควรจะยอมจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความซับซ้อนของกฎระเบียบสากล มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งปัจจุบัน ค่าเบี้ยประกันภัยได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากความเสี่ยงในพื้นที่ความขัดแย้ง ความเสี่ยงจากการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรสากล การเจรจาตกลงกับกองกำลัง IRGC ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย เนื่องจาก IRGC เป็นหน่วยงานที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร การจ่ายเงินหรือทำข้อตกลงใดๆ จึงทำให้บริษัทเดินเรือสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสถานะทางธุรกิจในระดับโลกได้ ที่มา Bloomberg |