ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ตกที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐฯ กดดันส่งเรือรบคุ้มกันฮอร์มุซ

รูป ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ตกที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐฯ กดดันส่งเรือรบคุ้มกันฮอร์มุซ

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 14:39 น.

เกาหลีใต้กำลังพิจารณาทางเลือก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้หลายประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังมีท่าทีระมัดระวังในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน ด้านรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า ยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกกดดันจากสหรัฐฯ เช่นกัน

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า “เราจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ” ซึ่งหมายถึงข้อความที่ทรัมป์โพสต์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทรัมป์โพสต์เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ รวมถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือเข้าร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อคุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า อาจเลื่อนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในช่วงปลายเดือนนี้ และเตือนพันธมิตรในยุโรปว่าจะเผชิญอนาคตที่เลวร้ายอย่างยิ่ง หากไม่ให้ความช่วยเหลือในช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อเรียกร้องดังกล่าวทำให้เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ และมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ประมาณ 28,500 นาย ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้พยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์ ขณะเดียวกันก็ต้องการหลีกเลี่ยงการส่งกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในช่วงที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้ง ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

ขณะเดียวกัน ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น แถลงต่อรัฐสภาเช้านี้ (16 มี.ค.) ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ความพยายามทุกด้าน รวมถึงความพยายามทางการทูต เพื่อคลี่คลายสถานการณ์” ขณะที่นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีย้ำในทิศทางเดียวกัน และระบุว่า ตนเองตั้งใจจะหารือประเด็นนี้กับทรัมป์ ในการประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้

ทาคาอิจิกล่าวว่า “ขณะนี้เรากำลังพิจารณาว่า จะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้างเพื่อปกป้องเรือของญี่ปุ่นและชีวิตของลูกเรือ แต่แน่นอนว่าจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายญี่ปุ่น”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากผู้นำสหรัฐฯ โดยทั้งสองมีกำหนดพบกันที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีนี้ (19 มี.ค.) ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวทำให้ทาคาอิจิอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งข้อจำกัดทางกฎหมายและผลกระทบทางการเมืองจากการส่งเรือรบเข้าร่วม ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้ข้อเรียกร้องของทรัมป์บดบังการประชุมสุดยอดครั้งแรกของเธอกับผู้นำสหรัฐฯ

ทาคาอิจิเลี่ยงที่จะตอบคำถาม เมื่อถูกถามว่าจะตอบสนองอย่างไร หากทรัมป์ขอให้ช่วยเหลือระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน โดยระบุว่า “คำร้องขอดังกล่าวยังไม่ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการ จึงยากที่จะตอบคำถามนี้จากสถานการณ์สมมติ รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาแนวทางรับมือกับสถานการณ์อยู่ในขณะนี้”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางราว 90% ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังมีกฎหมายที่เข้มงวดซึ่งห้ามไม่ให้ประเทศเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางทหาร เว้นแต่กรณีที่คุกคามการดำรงอยู่ของประเทศ

ที่มา Bloomberg (1) และ (2)



Related Topics

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju