“อรรถพล” การันตีพลังงานไทยแกร่ง สต็อกพอใช้ 107 วัน เร่งคุมเข้มกักตุน-เติมซัพพลายรับสงกรานต์

รูป “อรรถพล” การันตีพลังงานไทยแกร่ง สต็อกพอใช้ 107 วัน เร่งคุมเข้มกักตุน-เติมซัพพลายรับสงกรานต์

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 มี.ค. 69 9:04: น.

รมว.พลังงาน ชี้พลังงานไทยแข็งแกร่ง มีสต๊อกพอใช้ 107 วัน พร้อมเดินหน้าทุกมาตรการ เพิ่มนำเข้า-เร่งผลิต-กระจายน้ำมันทั่วถึง จับมือ DSI-มท. ตรวจเข้มเส้นทางขนส่ง สยบข่าวปลอมดีเซล 60 บาท ย้ำเช็กข้อมูลผ่าน Fuel-Now

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในการพูดคุยแลกเปลี่ยนในงาน Meet the Press หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า สถานการณ์ปัจจุบันราคาน้ำมันยังผันผวนและอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่าประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 107 วัน

-มีกำหนดการนำเข้าน้ำมันที่ยืนยันแล้วและคาดว่าจะทยอยเข้าประเทศไทยจนถึงเดือนพ.ค.ทำให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ

-กระทรวงพลังงานได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินมาตรการต่าง ๆ

1.มาตรการระงับการส่งออก

2.การตรวจสอบสต็อกน้ำมันของคลังน้ำมันและผู้ค้าตามกฎหมายมาตรา 7

3.การกำกับโรงกลั่นให้ปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันดีเซล

4.มาตรการผ่อนคลายการนับสต็อก เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง

5.ออกประกาศกระทรวงพลังงานให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ประกาศราคาและสต็อกโรงกลั่นและคลังน้ำมันทุกแห่ง

6.มาตรการเพิ่มอัตราส่วนการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพน้ำมันสำเร็จรูป

-ด้านปริมาณน้ำมันและการกระจาย ได้มีมาตรการผ่อนผันลดการเก็บสำรอง กรณีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากเดิม 7% เหลือ 1% เพื่อจูงใจให้นำเข้าน้ำมันเข้ามาเสริมปริมาณในประเทศ

-ยังติดตามการผลิตของโรงกลั่นเป็นรายวัน และเร่งจ่ายน้ำมันไปยังผู้ค้าน้ำมัน ผู้ค้าส่ง (Jobber) ในการกระจายไปยังสถานีบริการขนาดเล็ก เพื่อลดความแออัดของการเติมน้ำมัน อีกทั้งได้บูรณาการตรวจติดตามการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

-ได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบแหล่งกักเก็บน้ำมันที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมดำเนินการแจ้งข้อหาและดำเนินคดี โดยประสานการทำงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อติดตามรถบรรทุกน้ำมันที่ออกจากคลังทุกคันว่าถึงสถานีบริการปลายทางหรือไม่

-ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบแหล่งกักเก็บที่ได้รับอนุญาตว่ามีการดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่ ขณะเดียวกันได้ระดมปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานีบริการขาดแคลนน้ำมันลดลง

-ส่วนราคาน้ำมัน แม้จะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 6 บาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้กันโดยทั่วไป

-กระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบราคาน้ำมัน รวมถึงศึกษาประเด็นภาษีลาภลอย (Windfall Tax) และนำข้อมูลเบื้องต้นเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป ขณะเดียวกันสถานะกองทุนน้ำมันติดลบ 38,464 ล้านบาท มีอัตราการชดเชยติดลบ (การไหลออก) 1,368 ล้านบาท

สำหรับการเตรียมพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการรองรับได้แก่

1. ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันได้ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now (https://fuel-now.doeb.go.th/)

2. ได้กระจายน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อจัดสรรให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมันและช่วยลดความแออัดในสถานีบริการ สำหรับมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์

3. ให้ผู้ค้าน้ำมันเตรียมสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นและจัดเตรียมรถน้ำมันเพื่อสแตนด์บาย ณ สถานีบริการที่คาดว่าจะมีการจำหน่ายสูง

4. สำหรับรถโดยสารสาธารณะ ได้กำหนดจุดให้บริการน้ำมันร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม

5. ประสานผู้ค้าให้มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาเพิ่มเติม โดยมีนโยบายในการลดการเก็บสำรองกรณีนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเหลือเพียงร้อยละ 1 จากที่กำหนดร้อยละ 7

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลจากหนังสือภายในราชการโดยไม่ระบุที่มา ซึ่งอ้างว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 60 บาทต่อลิตรนั้น กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

-ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งราคาน้ำมันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก การชดเชยผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันจากกระทรวงการคลัง รวมถึง สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

-ส่วนกระแสข่าวที่มีการส่งต่อกันว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลา 18:00 น. ของวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขอให้ติดตามข้อมูลการปรับราคาน้ำมันจากเพจของหน่วยงานราชการหรือเพจที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น

"ในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมานี้ มีการเผยแพร่ข้อมูลและส่งต่อเกี่ยวกับการปรับราคาน้ำมันผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน อย่างเช่นเรื่องการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลที่ 60 บาทต่อลิตร หรือการส่งต่อข่าวสารที่แจ้งว่าจะมีการขึ้นราคาน้ำมันตอน 6 โมงเย็น ซึ่งทั้งหมดเป็นข่าวปลอมและไม่มีแหล่งที่มา ขอให้ประชาชนอย่าส่งต่อ เพราะนอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดการแห่ไปเติมน้ำมันจนทำให้น้ำมันที่สถานีบริการมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากเพจของหน่วยงานราชการหรือเพจที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพลังงาน จะดำเนินทุกมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเต็มที่" นายวีรพัฒน์ กล่าว



Related Topics

Editing by

Pattraporn Kiattinant

Pattraporn Kiattinant

News Editor, efinanceThai