BCP จับตาประชุมผู้ถือหุ้น ชงแก้ข้อบังคับบริษัทเข้ม หวังยกระดับธรรมาภิบาล - ลุ้น Q1/69 มีกำไรสต็อกน้ำมัน

รูป BCP จับตาประชุมผู้ถือหุ้น ชงแก้ข้อบังคับบริษัทเข้ม หวังยกระดับธรรมาภิบาล - ลุ้น Q1/69 มีกำไรสต็อกน้ำมัน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 เม.ย. 69 14:11 น.

BCP จับตาประชุมผู้ถือหุ้นพรุ่งนี้ ชงแก้ไขข้อบังคับบริษัทเข้มข้นขึ้น หวังยกระดับธรรมาภิบาล พร้อมกำหนดทิศทางบริษัทบนพื้นฐานข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ แจงไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าหารือ รมว.พลังงาน เหตุติดประชุม แย้มยืนยันไม่ได้จ่ายเงินให้รัฐบาลอิหร่านเพื่อให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมลุ้น Q1/69 มีกำไรสต็อกน้ำมัน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว "การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี เวทีในการกำกับดูแลกิจการที่ดี" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 69 ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ บริษัทได้จัดให้มีกระบวนการและข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิออกเสียงได้อย่างครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้บริษัทพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในที่ประชุม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถแสดงความคิดเห็นหรือซักถามได้อย่างเปิดเผย เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้

ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของกรรมการ บริษัทได้ยกระดับบรรษัทภิบาลโดยให้ความสำคัญกับคุณสมบัติด้านความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในกรณีที่บุคคลมีความเกี่ยวข้องที่เป็นผู้แทนของบริษัทที่อยู่ระหว่างการถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือถูกระงับการทำธุรกรรมตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งอาจมีผลกระทบทั้งต่อการดำเนินธุรกิจโดยปกติของบริษัท รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้าง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพิจารณาข้อเท็จจริงและความเกี่ยวข้องดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

บริษัทไม่ได้จำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเสนอหรือสนับสนุนบุคคลใด แต่เห็นว่าการใช้สิทธิออกเสียงควรตั้งอยู่บนหลักการของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเหมาะสม เพื่อให้ผลการตัดสินใจสะท้อนประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในระยะยาว

บริษัทมุ่งมั่นดำเนินการให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และขอเชิญผู้ถือหุ้นทุกท่านใช้สิทธิในการออกเสียง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางแนวทางเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบางจากฯ และคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนในระยะยาว

สำหรับผลกระทบจากกรณีผู้ถือหุ้นบางกลุ่มถูกอายัดหุ้น ยอมรับว่าเป็นกระบวนการหนึ่งที่มีการสอบถามกันมา ซึ่งบริษัทก็พยายามดูว่ามีอะไรจะเข้ามาดูในส่วนนี้ ซึ่งได้รับคำแนะนำจากสำนักงานกฎหมายทั้งในไทยและสหรัฐฯให้บริษัทมีการปรับข้อบังคับให้เข้มข้นขึ้นก็น่าจะตอบโจทย์ จึงเป็นที่มาของการเรียนเชิญผู้ถือหุ้นให้เข้ามาโหวตในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 69 รอบนี้

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแนะนำเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ดูแลสิ่งต่างๆเหล่านี้ กรรมการบริษัทจึงเสนอสิ่งเหล่าให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา

"อยากเชิญชวนผู้ถือหุ้น BCP ทุกคนเข้ามาโหวตและจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าอยากจะเห็นบริษัทไปในทิศทางไหน ซึ่งมีวาระต่างๆที่เพิ่มเข้ามาเป็นการยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจนานาชาติได้ จึงอยากให้ทุกท่านเข้าร่วมประชุมถือหุ้นในครั้งนี้" นายชัยวัฒน์ กล่าว

ชี้แจงกรณีบริษัทไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น เนื่องจากวันดังกล่าวตนเองมีภาระกิจติดธุระและต้องไปโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา ซึ่งหลังจากนี้จะมีการชี้แจงกับท่าน รมว.พลังงาน โดยยืนยันว่าบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในทุกๆเรื่องอย่างเต็มที่

ส่วนการลดค่าการกลั่น 2 บาท ตามมติของกระทรวงพลังงานนั้น มองว่าประเทศไทยมีการปันส่วนน้ำมันครั้งสุดท้ายปี 2516 และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีอีกเลย เพราะเรามีระบบและกลไกต่างๆที่สะท้อนว่ามีความคงทนและตอบโจทย์ได้มาก ซึ่งมาตรการต่างๆที่ให้มาก็เป็นการดูแลประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งกลไกต่างๆเหล่านี้ตราบใดที่อยู่ในกลไกตลาดก็ตอบโจทย์และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย ซึ่งตอนนี้หลายประเทศรอบๆบ้านเราเริ่มกระบวนการปันส่วนน้ำมันแล้ว แต่ประเทศไทยยังมีน้ำมันให้ใช้กันและราคาน้ำมันบ้านของเราเกือบจะถูกสุดในภูมิภาคแล้ว ซึ่งส่วนตัวคิดว่าประเทศไทยอาจมีระบบกลไกที่ซับซ้อน แต่ว่าตอบโจทย์ และทำให้ทุกคนมีน้ำมันใช้ในราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้บริษัทปฎิเสธข่าวการจ่ายเงินให้กับรัฐบาลอิหร่านเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากบริษัทได้ทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ไปถึงกระทรวงการต่างประเทศในวันที่ 17 มี.ค.69 และท่านรัฐมนตรีส่งจดหมายไปสถานฑูตอิหร่านประจำประเทศไทยวันที่ 18 มี.ค.69 ซึ่งพอวันที่ 23 มี.ค.69 บริษัทได้รับแจ้งว่าเรือบรรทุกน้ำมันดิบได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาอย่างปลอดภัยแล้ว จึงยืนยันว่าบริษัทไม่ได้จ่ายเงินให้กับรัฐบาลอิหร่าน แต่ที่จ่ายคือค่าประกันขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่แฝงเข้ามา โดยน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลางที่บรรทุกมาในเรือลำนี้ มีปริมาณประมาณ 700,000 บาร์เรล และมีต้นทุนราว 140-150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้บริษัทมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองรองรับการผลิตได้ประมาณ 2 เดือน

ส่วนการเตรียมพร้อมการจัดหาน้ำมันดิบเพื่อสต็อกในระยะยาวนั้น ปกติบริษัทมีรอบการจัดหาน้ำมันดิบทุกๆ 2 เดือน ซึ่งปัจจุบันมีการจัดหาในช่วง 2 เดือนข้างหน้าได้ครบถ้วนแล้วและเพียงพอในการกลั่นช่วง 2 เดือนข้างหน้า ส่วนเดือนที่ 3-4 จากนี้ไปเริ่มมีการพูดคุยและจัดหาจากหลายๆแหล่ง อาทิ ประเทศอาร์เจนตินา,โคลอมเบีย,บราซิล และสหรัฐฯ ซึ่งน้ำมันดิบในแหล่งเหล่านี้อาจใช้เวลาเดินทางนานพอสมควรประมาณ 45-60 วัน และมีการจัดซื้อเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการเดินทางมาสู่โรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา เพื่อขนถ่ายและเป็นวัตถุดิบน้ำมันต่อไป

มองความผันผวนของราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่โรงกลั่นต้องเผชิญและพร้อมบริหาร ซึ่งปี 68 บริษัทมีขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (stock loss) กว่า 8,000 ล้านบาท และปี 67 ราว 7,000 ล้านบาท รวมกัน 2 ปีกว่า 15,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ช่วงไตรมาส 1/69 คาดว่าจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) แต่พอสงครามหยุดและราคาน้ำมันลดลง บริษัทก็ต้องเตรียมรับผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันเท่าไหร่ ซึ่งถือเป็นเรื่องขึ้นๆลงๆที่ต้องบริหารจัดการและโรงกลั่นต้องมีประสิทธิภาพบริหารในส่วนนี้



Related Topics

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย

BCP จับตาประชุมผู้ถือหุ้น ชงแก้ข้อบังคับบริษัทเข้ม หวังยกระดับธรรมาภิบาล - ลุ้น Q1/69 มีกำไรสต็อกน้ำมัน