| สหรัฐฯ อนุญาตชั่วคราวให้สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุเป็นมาตรการในระยะสั้น และไม่เอื้อประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อรัฐบาลรัสเซีย รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเจาะจงในระยะสั้น และครอบคลุมเฉพาะน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งเท่านั้น ประกาศบนเว็บไซต์กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การยกเว้นดังกล่าวครอบคลุมน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซียที่บรรทุกขึ้นเรือก่อนเวลา 00.01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ และอนุญาตให้ซื้อขายได้จนถึงเวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย. เบสเซนต์ระบุด้วยว่า มาตรการนี้จะใช้เพียงชั่วคราว และจะไม่อำนวยประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจากรายได้พลังงานส่วนใหญ่ของรัสเซียนั้นมาจากภาษีที่จัดเก็บตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดน้ำมัน และกล่าวอีกว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในระยะนี้เป็นผลจากความผันผวนชั่วคราว และจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อประเทศและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะยาว สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ณ วันที่ 12 มี.ค. ปริมาณน้ำมันจากรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 124 ล้านบาร์เรล กระจายอยู่ใน 30 จุด ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมัน 5–6 วัน ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันล่าสุด ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2022 โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.2% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 95.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.7% หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในตะวันออกกลาง ขณะที่โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยกเว้นให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียเป็นเวลา 30 วันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน ปัจจุบัน กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่ม G7 และสหภาพยุโรป (EU) ยังคงใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจากกรณีบุกยูเครนในปี 2022 โดยกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ 44.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน EU ยังให้คำมั่นว่าจะยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมดภายในสิ้นปี 2027 ที่มา CNBC |