| สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อผู้ช่วย ส่งสัญญาณยินดียุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยอาจเลื่อนภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซออกไปในภายหลัง The Wall Street Journal รายงานประเด็นนี้อ้างแหล่งข่าววงในจากทำเนียบขาว ระบุว่าทางเลือกหลักของทรัมป์ยังคงเป็นการเจรจายุติสงครามกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางเลือกที่สองคือ ให้พันธมิตร โดยเฉพาะประเทศอ่าวอาหรับและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นผู้นำปฏิบัติการเปิดเส้นทางดังกล่าว ส่วนทางเลือกปฏิบัติการทางทหาร ทรัมป์จะยังคงเก็บไว้พิจารณา แต่ยังไม่ใช่เป้าหมายอันดับแรกที่เร่งด่วนในขณะนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่าหากใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ ในวันเดียวกันก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู เสนอทางออกระยะยาวโดยไม่ใช้กำลังทหาร นั่นคือการเปลี่ยนเส้นทางท่อส่งพลังงานของประเทศอ่าวอาหรับไปยังทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน เพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ทางด้านสำนักข่าว Associated Press รายงานว่า กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเรียกร้องให้ทรัมป์เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไปจนกว่าภัยคุกคามจะถูกกำจัดให้หมดไป โดยมองว่า อิหร่านยังไม่ได้อ่อนแอลงมากพอ แม้การโจมตีจะดำเนินมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม และเห็นว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการลดทอนอำนาจของอิหร่าน ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า ทรัมป์โพสต์ขู่ว่าจะทำลายทรัพยากรพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอื่น ๆ ของอิหร่านเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจรวมถึงโรงงานผลิตน้ำจืด หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้ในเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน อิหร่านได้โจมตีโรงงานผลิตน้ำและไฟฟ้าที่สำคัญในคูเวต ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในอิสราเอลก็ถูกโจมตีเช่นกัน โดยอิสราเอลและสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่ออิหร่าน ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่มีสัญญาณยุติ ก่อนหน้านั้น ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า กองกำลังสหรัฐฯ อาจเข้ายึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน พร้อมกับย้ำว่าการเจรจาทางการทูตยังคงมีความคืบหน้า แม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจาโดยตรงก็ตาม โดยสหรัฐฯ ยังได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมหลายพันนายเข้าสู่ตะวันออกกลาง ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับ New York Post ว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งปฏิเสธการเจรจาดังกล่าว โดยระบุว่าการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางเป็นเพียงฉากบังหน้าสำหรับการส่งกำลังทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติม ที่มา Jerusalem Post และ Nikkei Asia |