| TMAN ตั้งเป้ารายได้ปี 72 แตะระดับกว่า 4,000 ลบ. พร้อมลุยส่วนแบ่งตลาดยาทั่วไป (OTC) - ตลาดโรงพยาบาล คาดรายได้ปีนี้โต 10 - 15% หลังออกสินค้าใหม่ ขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซ รุกต่างประเทศ มองปัญหาตะวันออกกลางไม่กระทบ นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายตรัส อบสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN เปิดเผยในงาน Opportunity Day โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - ยังวางเป้าหมายระยะยาว คาดปี 2572 รายได้โตแตะระดับกว่า 4,000 ล้านบาท โดยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CARG) เฉลี่ย 10 - 15% - นอกจากนี้ในปี 2572 ยังวางเป้าหมายติดอันดับ 1 ใน 3 ของการขายยาทั่วไป (OTC Market) ที่เป็นช่องทางการจำหน่ายหลักๆ และติดอันดับยอดขายยาในตลาดโรงพยาบาล 1 ใน 10 - ซึ่งปี 69 คาดรายได้เติบโต 10 -15% โดยเสริมสร้างศักยภาพธุรกิจทั้งการพัฒนาผลิตเดิมและใหม่ ขยายฐานในตลาดโรงพยาบาล เพิ่มการมองเห็นทุกช่องทางอีคอมเมิร์ซ รวมถึงขยายสินค้าไปต่างประเทศ ผลักดันการบริการรับจ้างผลิต ทั้ง OEM และ ODM "ปีนี้เราเน้น 2 กลยุทธ์หลักๆ คือกลุ่มตลาดที่ขายผลิตภัณฑ์ได้ดีอยู่แล้วในตลาด OTC ทั้งออกสินค้าใหม่ จัดพอร์ตสินค้าใหม่ และตลาดที่มีการเติบโต บริษัทฯ ต้องเริ่มลงทุน และเติบโตไปกับตลาด" นายตรัสกล่าว - เงินลงทุนโดยปกติจะใช้ประมาณ 100 ล้านบาท/ปี เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่วนเงินลงทุนในก่อนหน้านี้ที่ใช้เพื่อการก่อสร้างสำนักงาน คลังสินค้า ยังดำเนินการต่อเนื่อง - ประเด็นสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น มองในแง่ผลลบยังไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากเพิ่มเริ่มเข้าไปรุกตลาดดังกล่าว และมองว่าเป็นแผนงานระยะยาว ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้า และคาดว่าน่าจะเริ่มจำหน่ายสินค้าได้ในปี 2570 - ส่วนผลลบในแง่ต้นทุนต่างๆ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เช่นกัน โดยบริษัทฯ เตรียมการวัตถุดิบต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้เพียงพอในอนาคต รวมถึงหากได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามจริง สามารถปรับราคาสินค้าการขายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแจ้งให้ลูกค้ารับทราบก่อนล่วงหน้า - สำหรับพันธมิตรรายใหม่ที่เข้ามาในช่วงปี 2568 บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด หรือ BERTRAM มองว่าจะช่วยขยายตลาดใหม่ๆ ซึ่งปีนี้จะรุกตลาดดั่งเดิม (TT) และตลาดท่องเที่ยว - ทั้งนี้คาดการณ์ว่าการจัดจำหน่ายยาในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 15.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็นประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2028 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปี 6.1% นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะประเทศไทย ตลาดยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอีกประมาณ 5.7% ต่อปี ระหว่างปี 2024-2028 โดยส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของสังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อ
|