HTC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 3-5% แตะ 8.5 พันลบ. เร่งปรับแผนรับต้นทุนพุ่ง - ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมก่อน เม.ย.นี้

รูป HTC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 3-5% แตะ 8.5 พันลบ. เร่งปรับแผนรับต้นทุนพุ่ง - ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมก่อน เม.ย.นี้

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มี.ค. 69 15:46 น.

HTC ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 3-5% แตะ 8.5 พันลบ. เร่งปรับแผนรับต้นทุนราคาเม็ดพลาสติก - ราคาน้ำมันพุ่ง เน้นเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมากขึ้น พร้อมยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมก่อน เม.ย.นี้

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เปิดเผยถึง "ผลการดำเนินงานปี 68 และแนวโน้มธุรกิจปี 69" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

แนวโน้มธุรกิจปี 69

- ตั้งเป้ารายได้จากการขายได้ที่ประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 3-5% จากปีก่อนที่ทำได้ 8,258 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวและช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด และร้านโชห่วยที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

- มองว่าภาพรวมการดำเนินธุรกิจปีนี้ยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงาน อย่างไรก็ตามบริษัทฯมีแนวทางบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ควบคู่กับการสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว โดยบริษัทฯจะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการติดตามและบริหารความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้า เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

- เตรียมเร่งขยายการกระจายสินค้าและเพิ่มยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้กำลังการผลิตของสายการผลิตขวดแก้วและบรรเทาความผันผวนจากราคาเม็ดพลาสติกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

- บริษัทฯ จะเดินหน้าผลักดันนวัตกรรมสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไปแล้ว 3 รายการ ได้แก่ “แฟนต้า” รสสับปะรด และ “สไปรท์” ชิลล์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม ได้แก่ “มอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้” ซึ่งได้ออกสู่ตลาดแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี บริษัทฯเชื่อมั่นว่านวัตกรรมใหม่ๆเหล่านี้ จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคและสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ได้ตลอดปี 69

- เตรียมงบลงทุนราว 6-7% ของรายได้รวมแต่ละปี โดยปีนี้บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

- ยืนยันบริษัทจะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าก่อนเดือน เม.ย.69 แน่นอน เนื่องจากยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและมีอัตรากำไรได้ รวมถึงไม่อยากผลักดันภาระให้ผู้บริโภค อย่างไรก็ตามหากต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นมากกว่านี้ก็อาจจำเป็นต้องปรับขึ้น โดยน้ำอัดลมอยู่ในกลุ่มสินค้าที่หากปรับขึ้นราคาต้องปรึกาากรมการค้าภายในก่อน

“แม้ความท้าทายในปี 69 จะมีความซับซ้อนมากขึ้นจากปัจจัยภายนอก แต่บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการบริหารความผันผวนและสามารถปรับตัวได้ดีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการใช้ประโยชน์จากการลงทุนให้คุ้มค่า รวมถึงการนำนวัตกรรมสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเมื่อพิจารณาจากการที่แบรนด์ของเรามีความนิยมเหนือสินค้าคู่แข่งค่อนข้างมากในพื้นที่ภาคใต้ เราเชื่อมั่นว่าถ้าเราไม่ประมาทและสถานการณ์ความตึงเครียดไม่ลุกลามบานปลายจนเกินไปนัก เราจะสามารถจัดการกับความผันผวนและกลับสู่เส้นทางการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย” พลตรี พัชร กล่าว


ภาพรวมผลงานปี 68

- มีรายได้จากการขายรวม 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ 568 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการลงทุนด้านกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และรายการพิเศษบางประการ ซึ่งสะท้อนแนวทางของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว

- บริษัทฯ จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และจัดโปรโมชั่นที่ “คุ้มค่า” ในสายตาผู้บริโภค ได้แก่ การเพิ่มปริมาณ และแถมสินค้าที่เป็นที่นิยม เช่น แก้ว “โค้ก” และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอบ


- มองเป็นปีที่เศรษฐกิจมีความท้าทายมากจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังซื้อที่อ่อนตัว และภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี โดยข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) บ่งชี้ว่าตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในพื้นที่ภาคใต้ปี 68 เติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

- ข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด ประจำปี 68 “หาดทิพย์” ยังคงเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่ม NARTD ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในภาพรวมที่ 23.2% และสำหรับตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมนั้น บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 78.2%

- คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 เสนอผู้ถือหุ้นขออนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.99 บาท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 23 เม.ย.69 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของปี 68 ไปแล้วเมื่อเดือนก.ย.68 ในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท คงเหลือเป็นเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 68 ในอัตราหุ้นละ 0.54 บาท โดยจะจ่ายในวันที่ 20 พ.ค.69


“ปี 68 เป็นอีกปีที่ท้าทายจากแรงกดดันด้านกำลังซื้อ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการปรับตัวอย่างรวดเร็วและการดำเนินงานอย่างมีวินัยเพื่อรักษารายได้และความสามารถในการแข่งขันในตลาด เราเชื่อเสมอว่ารากฐานของการเติบโตที่เข้มแข็ง คือการทำธุรกิจอย่างใส่ใจต่อผู้บริโภคและคู่ค้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ ฉะนั้น เราจึงได้ปรับแผนกลยุทธ์ตามแนวทางนี้ รวมถึงเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนและพันธมิตรคู่ค้า เพื่อร่วมทุกข์ ร่วมสุข และพลิกฟื้นธุรกิจสู่เส้นทางการเติบโตไปด้วยกัน” พลตรีพัชร กล่าว



Related Topics

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย