| CIMBT เผยแนวโน้มความเสี่ยง อาชญากรรมทางการเงินซับซ้อนมากขึ้น สถาบันการเงินจำเป็นต้องพัฒนาระบบตรวจจับที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ใช้ข้อมูลคุณภาพสูง เทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่พัฒนาทักษะบุคลากร เสริมแกร่ง บริหารความเสี่ยงระยะยาว ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงาน Enterprise Risk and Infrastructure สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ร่วมเสวนาในงาน SAS Future Risk & Fraud Forum 2026 หัวข้อ “Risk & Financial Crime 2026: Market Shifts and Strategic Imperatives” แลกเปลี่ยนมุมมองแนวโน้มความเสี่ยง อาชญากรรมทางการเงินที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - สถาบันการเงินจำเป็นต้องพัฒนาระบบตรวจจับความเสี่ยงที่มีความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า อาศัยข้อมูลที่มีคุณภาพ ครบถ้วน ถูกต้อง - พร้อมใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ระบบที่มีเสถียรภาพ ป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ - หน่วยงานกำกับดูแลและสถาบันการเงินควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรและระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน - ธนาคารให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและลดความเสียหายจากการทุจริต - การลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างข้อมูลต้องใช้งบประมาณสูง ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะชะลอตัวหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้หลายองค์กรอาจต้องชะลอหรือจำกัดการลงทุนในระยะสั้น - สถาบันการเงินจึงควรเตรียมความพร้อมด้วยการพัฒนาทักษะบุคลากร ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ยกระดับคุณภาพข้อมูล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบบริหารความเสี่ยง ป้องกันการทุจริตในระยะยาว - การเสวนาสะท้อนความสำคัญของการปรับกลยุทธ์บริหารความเสี่ยง กำกับดูแลการใช้ AI รับมือแนวโน้มการชำระเงินข้ามพรมแดนในอาเซียน ซึ่งส่งผลต่อมาตรการป้องกันการทุจริตและกฎเกณฑ์ AML ของธนาคารไทย |