| ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ (24 มี.ค.) ส่งสัญญาณเข้าสู่ภาวะตลาดหมี หลังนักลงทุนลดการถือครอง ขณะที่การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือบอนด์ยีลด์ ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งลดความน่าดึงดูดของทองคำ ราคาทองคำสปอตลดลง 2% ก่อนจะลดช่วงลบลงบางส่วน โดยลบไป 1% มาอยู่ที่ระดับ 4,335.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำฟิวเจอร์สส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลงกว่า 1% ปิดที่ 4,358.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านราคาซิลเวอร์สปอต ร่วงลงกว่า 3% แตะที่ 66.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สลดลง 2.61% อยู่ที่ 67.54 ดอลลาร์ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินสหรัฐเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก แข็งค่าขึ้น 0.5% ในวันนี้ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น จึงลดความน่าสนใจในการลงทุนลง ปัจจุบัน ราคาทองคำสปอตร่วงลงแล้วกว่า 22% หลังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อปลายเดือนม.ค. โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำดิ่งลงเกือบ 10% ซึ่งเป็นการดิ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2011 ขณะที่ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นราว 3% นับตั้งแต่เริ่มเกิดสงคราม ผู้เชี่ยวชาญในตลาดวิเคราะห์ว่า การร่วงลงของราคาทองมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางในฝั่งเศรษฐกิจมหภาคและการปรับสถานะการลงทุน ราจัต ภัตตาจารยา นักยุทธศาสตร์การลงทุนอาวุโสจาก Standard Chartered ระบุว่า แม้ในช่วงแรกที่ความขัดแย้งในอิหร่านเริ่มก่อตัวขึ้น ทองคำจะได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคากลับชะลอตัวลงในภายหลัง เขายังระบุว่า รูปแบบเช่นนี้มักเกิดซ้ำในช่วงที่ตลาดมีความตึงเครียดสูง เนื่องจากนักลงทุนต้องการถือเงินสดเพื่อนำไปชำระส่วนต่าง Margin Call หรือทำกำไรในสินทรัพย์ที่ยังพอมีกำไรอยู่ ซึ่งการแข็งค่าของดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันความต้องการทองคำ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ใหม่ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่ส่อเค้าว่า จะยืดเยื้อได้บดบังความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุก ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง เนื่องจากบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความน่าสนใจของทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5 เบสิสพอยต์ แตะที่ระดับ 4.384% ในวันนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเทขายครั้งนี้เป็นการปรับฐานตามกลไกปกติ หลังจากที่ราคาปรับขึ้นอย่างมากเนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการเชิงโครงสร้าง โดยเมื่อปีที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 64% ที่มา CNBC |